ReadyPlanet.com
bulletHome
dot
About us
dot
bulletContact us
bulletAbout us
bulletGuest Room
dot
Newsletter

dot
dot
Package start from 1or2 pax
dot
bulletAngkor wat
bulletหลวงพระบาง
bulletMyanmar
bulletฮานอย-ฮาลอง
bulletJumpasak - Wat Pu
bulletฮ่องกง
dot
The gallery
dot
bulletApsara & Bayon
bulletAngkor Wat shadow
bulletBeng Mealea...in green
bulletBanteay Chamar
bulletMrauk - U [1]
dot
Photo tell
dot
bulletภูฏาน - ลมหายใจแห่งศรัทธา
bulletล่องแม่น้ำโขง
bulletทุ่งไหหิน
bulletจาก ปากเซ ถึง...กระแจะห์
bulletอินเล...เมืองน้ำในนิทาน
bulletinle ... The utopia
bulletดาลัท เมืองดอกไม้-เวียดนาม
bulletWat Pu ...in green
bulletMae Hong Sorn
bulletWat Pu - Jumpasak
bulletNan - Luangphabang
bulletAngkor Wat
bulletHochimin - Dalat
bulletI-San
bulletเที่ยวเนปาล
bulletเที่ยวนิวซีแลนด์
dot
เล่าสู่กันฟัง
dot
bulletอ่านก่อน เที่ยวอียิปต์
bulletปิรามิด - สฟิงซ์ แห่งกีซ่า
bulletอียิปต์...วิหารลักซอร์
bulletอ่านอะไรดีก่อนไปเที่ยวนครวัด
bulletชมเพลิน.. อัปสรา
bulletพม่า..เที่ยวทะเลสาบอินเล
bulletอินเล...เมืองน้ำในนิทาน
bulletไปจ่ายตลาด...ที่ อินเล
bulletแสงเหงาที่... เทียนมู่
bulletเขิลกับขำ..ที่ สะหวันเขต
bulletเที่ยวตุรกี
bulletNagano-Apples
dot
Travel Usefulness
dot
bulletExchange Rates
bulletWeather forecast
bulletDictionary
bulletInternational Phone Code
dot
Related Information
dot
bulletเที่ยวหลวงพระบาง
bulletCambodia Temple site
bulletSambor Prei Kuk
bulletKoh Ker
bulletMrauk-U
bulletBanteay Chamar
dot
Link
dot
bulletรายการทัวร์ต่างประเทศ
bulletเที่ยวเมืองไทย
bulletนครวัด


www.thailandmgg.com
 
Booking.com
 
จองโรงแรม Agoda
 

 

hotel deals in luang prabang


All about Angkor
Magzine online


Egypt.....ทึ่ง อึ้ง เครียด และขำ ในอียิปต์
คำให้การคนช่างเที่ยว

ตอน….ทึ่ง อึ้ง เครียด และขำ ในอียิปต์
  ตีตั๋วไปเที่ยวอียิปต์อุปมาเหมือน .... ตีตั๋วไปดูละครในโรงใหญ่

6-8 วันในการเยือนอียิปต์ในแต่ละครั้ง อาจง่ายเกินไปที่จะตัดสินสรุปความเป็นอียิปต์ ดังนั้นการถ่ายทอดปากคำของคนช่างเที่ยว จึงเป็นเพียงการเล่าจากการพบเจอ อียิปต์ ในมุมของนักท่องเที่ยว ที่เห็นภาพของ อียิปต์ในช่วงเวลาของการแค่ “ไปเที่ยว”

เส้นทางการท่องเที่ยวของอียิปต์ที่ฮอตฮิต ติดชาร์ทเกือบทั้งร้อยจะอิงแอบแนบชิดกับสายน้ำไนล์ (Nile River) แม่น้ำที่ยาวที่สุดในโลก เป็นการท่องเที่ยวตามรอยอารยธรรมโบราณอันยิ่งใหญ่เรืองนาม (เป็นต้นแบบของ ศาสตร์และศิลป์ทั้งมวลในโลกปัจจุบัน) สมัยครั้งโน้นชีวิตมันต้องติดกับสายน้ำ ก็คงไม่ต้องสงสัยว่าทำไมอารยธรรมมันต้องอยู่ตามฝั่งน้ำ ร่องรอยอารยธรรมอียิปต์ที่ตามไป มันก็ปรากฎให้เห็นจนทึ่งจริงๆ ช่างใหญ่โตมโหรทึก ลึกลับซ่อนเงื่อนหลากหลายซะจนคาดไม่ถึงกับความสามารถของมนุษย์ ช่างคิด ทะยานอยากจนไม่อาจจะคาดเดาถึงขีดความสามารถ
     
 
 
างเอกของเรื่องอันเป็นเหมือนแม่ที่ให้กำเนิดสรรพสิ่งทั้งปวงคือ....แม่น้ำไนล์
ที่มีความยาวราว 6,800 กิโลเมตร ทำความเข้าใจเธอสักนิด เพื่อการชมละครจะได้ราบรื่น
เรา อาจจะคุ้นเคยกับสายน้ำที่มักจะไหลจากต้นน้ำทางทิศเหนือ แล้วทิ้งตัวสู่มหาสมุทรทางทิศใต้ แต่สายน้ำไนล์เธอไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะเธอมีกำเนิดจากทิศใต้ในแผ่นดินประเทศยูกันดาและเอธิโอเปีย ไหลมาบรรจบกันที่ประเทศซูดาน ที่อยู่เป็นเพื่อนบ้านกับอียิปต์ทางทิศใต้ แล้วจึงไหลผ่านเข้าสู่ดินแดนอียิปต์ นำความอุดมสมบูรณ์ ผ่านละเรื่อยจากแดนใต้สู่เหนือ  แล้วแผ่ขยายเป็นดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำไนล์  ก่อนไหลลงสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน


ดังนั้นถ้าเอ่ยถึงแม่น้ำไนล์ตอนบนนั่นคือดินแดนทางทิศใต้ของอียิปต์ หรือ Upper Egypt และ Lower Egypt ก็คือดินแดนทางทิศเหนือของอียิปต์ สลับความคิดเป็น up side down กันก่อนแล้วจะไม่งง  เข้าใจเรื่องราวที่ได้ฟังการ บรรยาย  หรืออ่านเรื่องราวอันเกี่ยวกับความเป็นมาของอียิปต์  ก็จะมองภาพได้ชัดเจนตามทันไม่เอ๋อ ไม่งง
...เริ่มอึ้งแล้วใช่ไหม...
 
 

            ไคโร.... จุดเริ่มต้นเส้นทางท่องเที่ยวอียิปต์ วางเบี้ยเริ่มเกมส์กันเลย ณ จุดสตาร์ท สนามบินกรุงไคโรที่ทันสมัยได้มาตราฐานพอใช้ สนามบินเมืองท่องเที่ยวที่ไหนๆมันก็วุ่นทั้งนั้น แล้วที่ไคโร เวทีที่พี่แขกเป็นนักแสดง มันก็วุ่นเพิ่มขึ้นอีกตามคำเล่าลือ ที่จุดตรวจคนเข้าเมือง วีซ่านักท่องเที่ยวดูเหมือนจะง่ายก็เหมือนง่าย ดูจะยากวุ่นวายก็ใช่ เพราะมันมีหลายมาตราฐานหลายระบบจนปวดหัว ที่ว่าง่ายคือนักท่องเที่ยวบางชาติ โดยเฉพาะชาติพี่เบิ้มกระเป๋าหนักจากอเมริกาและยุโรปสามมารถซื้อแผ่นวีซ่าจากเคาท์เตอร์แลกเงิน เอามาแปะในพาสปอร์ตแค่ 15$ แล้วไปต่อแถว Stamp เข้าเมืองง่ายๆแค่นี้จบ (แทบจะเอาพรมมาปูแล้วอุ้มเดินผ่านไปเลย) แต่นักท่องเที่ยวหัวดำจากเอเชีย ทำไม่ได้   ต้องขอวีซ่ามาก่อนจากสถานฑูตในบ้านตัวเอง ซึ่งเอกสารต้องยื่นแนบมีมากมายจนแทบท้อ ( กรณีนี้ลูกค้าของสีสันทัวร์ไม่ต้องกังวลเรามีทางลัดจัดการให้ท่านได้ ทั้งแบบเดี่ยวแบบคณะ ... แอบโฆษณานิดนึง) แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อถ้าติดต่อผ่านเอเย่นต์ทัวร์จะมีไกด์มารับถึงในสนามบิน นายไกด์นี่แหละออกวีซ่าเซ็นต์รับรองให้เราเป็นภาษาอาหรับยึกยือ 2-3 ตัวก็ได้แล้ว เป็นไงล่ะ หลุดรอดออกมาสู่ภายนอกได้ เรื่องถูกตื้อจากสารพันบริการนำเสนอ ทั้งเท็กซี่ โรงแรม ทัวร์ ถูกรุมเร้าประหนึ่งดาราฮอลีวูด อันนี้มันเรื่องธรรมดา คาถาไล่มารที่ใช้ได้ชะงัดคือคำว่า " No " เล่ากันพอหอมปากหอมคอพอระทึกสำหรับก้าวแรกสู่อียิปต์
     
 
 

 

เอารูปอีตาเจ้าหน้าที่ดูแลการจราจรบริเวณหน้าอาคารผู้โดยสารขาเข้ามาให้ชม ดูรูปหน้าบึ้งของพี่แกแล้วเริ่มคิดถึงบ้านตะหงิดๆ .... ไม่มีที่ไหนจะยิ้มได้พิมพ์ใจ เท่ายิ้มสยามหรอกเชื่อเตอะ   ความคับคั่งของกาจราจรที่สนามบินอียิปต์ ก็คงไม่ต่างจากสนามบินที่ไหนๆในเมืองใหญ่ Guide ผู้ดูแลคณะนักท่องเที่ยวต้องรายงานตัว  ลงเวลา แจ้งที่มาแล้วก็ที่จะไป   ของนักท่องเที่ยวที่ตัวดูแลทุกคณะ
 
 
ถ้าให้อธิบายสภาพบ้านเมืองในไคโร ก็คงมีเรื่องเมาท์เมามันกันเยอะ เอาเป็นจับตั้งแต่ออกจากสนามบินอันเป็นเหมือนประตูรับแขกเมือง ถนนหนทางก็ใหญ่กว้างทันสมัย แต่มองผ่านหน้าต่างรถบัส เห็นบ้านเรือนแวปๆแถวริมทางด่วนก็ให้อดสงสัยไม่ได้ว่าไอ้หมู่ตึก ที่พักอาศัยรวงร้านทั้งหลายที่โผล่ยอดเลยทางด่วนสูงๆ มันสร้างยังไม่เสร็จหรืออย่างไร ก็ได้รับคำตอบจากผู้นำทางว่า ใช่มันล้วนแต่ยังสร้างไม่เสร็จ   แต่คนที่นี่เค้าใช้วิธีอยู่ไปสร้างไป สร้างชั้นสองชั้นเสร็จก็เข้ามาอยู่ไปก่อน อาจจะด้วยเหตุผลนาๆ งบประมาณอาจจะหมดรอเก็บตังค์แล้วค่อยสร้างต่อ หรือสร้างโครงไว้ลอยๆเผื่อไว้ก่อนเพราะตอนนี้ยังไม่จำเป็นต้องสร้างทั้งหลัง จะเรียกว่าคิดก้าวหน้าหรือเปล่าล่ะก็งงกันไป ประกอบกับบ้านเรือนมักนิยมทาสีดูตุ่นๆ อันเพราะต้องรับกับพายุทรายที่พัดผ่านมาเป็นช่วง ภาพรวมของบ้านเมืองเลยดูเหมือนกับ เพิ่งผ่านศึกมาอยู่ในระยะพื้นฟูยังไงไม่รู้ดูแปลกๆ
     
  ตึกจะกี่ชั้น...กี่ตึกก็ดูเหมือนจะสร้างไม่เสร็จ หรือไม่อยากให้เสร็จ ภาพเช่นนี้มีให้เห็นทุกเมืองในอียิปต์ ตามเส้นทางที่ได้ผ่าน มองกันเพลินๆแล้วไม่เบื่อดี มีให้จินตนาการไปเรื่อยๆ ยกให้เป็นศิลปะยุคใหม่ของอียิปต์ไปเลย
 
 
แม้ปริมาณของรถยนต์ในย่านเมืองของอียิปต์ จะดูไม่หนาแน่นเท่าในย่านจอแจของกรุงเทพฯ แต่ปริมาณรถที่น้อยกว่าไม่ได้หมายความว่า การจราจรจะคล่องตัวกว่า ความสับสนวุ่นวายดูจะมีไปทุกหนทาง รถเทียมลา เทียมฬ่อ ที่ยังใช้เป็นพาหนะในการลำเลียงขนส่งและใช้สัญจร มีให้เห็นเป็นปกติใช้เส้นทางร่วมกับรถสารพัด ทั้งรถบันทุก รถเก๋ง รถเมล์ รถตู้ เท็กซี่ มีเสียงแตรดังสนั่นร่วมทางไปตลอด

วินัยการจราจรคืออะไรดูเหมือนโชเฟอร์อียิปต์จะไม่รู้จัก อีนี่ฉาน จะไป จะหยุด จะเลี้ยว มันก็แค่ตามใจฉาน เหอะๆๆๆ มันก็สนุกดี ใหม่ๆก็ตื่นเต้นระทึกขวัญ แต่พอผ่านไป 2-3 วันอีนี่ฉานเองก็ชินไปเอง เสียงแตรหายไปนานหน่อยก็ต้องชะโงกดูกันนิดว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่าเพราะชักเหงา
ชมรมรถโบราณมาเที่ยวอียิปต์คงตื่นตาเร้าใจ เพราะยวดยานที่วิ่งเต็มถนนล้วนแต่มีอายุไม่ต่ำกว่า 20-30 ปีขึ้นไป รถเท๊กซี่ยี่ห้อเฟียตสีดำขาว คันน้อยบนหลังคามีตะแกรงใส่สัมภาระ ภายในเก๋งเบียดเสียดไปด้วยอียิปต์เชี่ยนตัวโตๆ 5-6 คน นั่งคู้อยู่เป็นภาพชินตา มีรถบัส รถตู้รับส่งผู้โดยสารเหมือนบ้านเราแต่สภาพคงแบกรับภาระมายาวนาน ขึ้นลงสะดวก ลุกนั่งสบายรับลมร้อนไม่อึดอัด   ...... เพราะไม่มีประตู


ในวันที่ราคาน้ำมันบ้านเราแตะอยู่ที่ลิตรละเหยียบ 40 บาท รถราที่ขวักไขว่ในอียิปต์เหล่านี้ เค้าเติมน้ำมันกันแค่ลิตรละ 6 บาท!

     
ความรุ่มรวยในทรัพยากรจากใต้ผืนดินของอียิปต์ มันช่างสวนทางกับการเป็นประเทศมีอันดับความยากจนติดอันดับต้นๆ ของโลก รายได้หลักของประเทศอียิปต์ นอกจากการขุดน้ำมันส่งออก แล้วยังมีการเก็บค่าธรรมเนียมผ่านช่องแคบซูเอด (Suez) ที่ย่นระยะทางขนส่งทางทะเลจากยุโรปสู่เอเชีย ในทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยน และที่สำคัญคือรายได้จาการท่องเที่ยว นี่แหละ.....ขุมทรัพย์ฟาโรห์ยังมีให้ขายเลี้ยงชีพกันต่อไป
 
อันอียิปต์ปัจจุบันไม่ใช่เผ่าพันธุ์เดียวกันกับอียิปต์โบราณ ผู้ยิ่งใหญ่แห่งลุ่มน้ำไนล์ที่ถือกำเนิดกำเนิดมาตั้งกว่า 5,000 ปี ด้วยความถือมั่นว่าดินแดนของตนเป็นศูนย์กลางแห่งจักรวาล (ก็น่าจะเข้าใจได้เช่นนั้นจริงๆแหละ เพราะมองไปทางไหนสุดไกลตาเลยจากอาณาเขตลุ่มน้ำไนล์ ก็มีแต่ ทรายๆๆๆ แล้งๆๆๆ ทุรนทรมาน และความตาย)  สืบเชื้อสายราชวงศ์หรือผลัดเปลี่ยนถือครองกันมากว่า 30 ราชวงศ์ จนถึงยุคล่มสลายตกเป็นเมืองขึ้นของโรมันเผ่าพันธ์นักรบรุกราน   อนิจจาเวลานั้นดินแดนแห่งอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ ถูกลดฐานะกลายเป็นเพียงเมืองเล็กบ้านนอก ในปกครองของโรมัน อารยธรรมอันเพียบด้วยศิลปะและวิทยาการ ก็ถูกโรมันคว้าเอาไปเป็นต้นแบบหรือเหมาเอาเป็นของตน (ชวนให้คิดถึง นิยายเศร้าจากเรื่องจริงของชนชาติมอญกับพม่าผู้รุกรานจัง) นับจากนั้นมาอียิปต์ก็ถึงการสูญสิ้นล่มสลาย ถูกปล่อยปละทิ้งร้างเรื่อยมา จนชาวมุสลิมอาหรับ ในยุคหลังได้เข้ามารุกรานครอบครอง และแพร่เชื้อสายเผ่าพันธุ์เป็นอียิปต์ในทุกวันนี้
ดังนั้นชนชาวอียิปต์ปัจจุบันต้องขอบคุณ อารยชนผู้ยิ่งใหญ่ อันไม่ได้เป็นบรรพบุรุษแห่งตน    ที่ได้สั่งสมอารยธรรมไว้ให้เข้ามาเก็บเกี่ยวดอกผล.......ที่ไม่ได้หว่านปลูก
 
ไคโร เป็นจุดเริ่มของการเที่ยวอิยิปต์ ช่างเป็นความเหมาะเจาะของการแกะรอยอารยธรรมอียิปต์ เพราะแหล่งอารยธรรมเก่าในยุคเริ่มแรก ไม่ว่าจะเป็นเมืองหลวงเก่า เมมฟิส (Memphis) เมืองซัคคารา (Saqqara)อันเรืองนามแห่งอิมโฮเทป เมืองกีซ่า(Giza) แห่งปิรามิดที่โด่งดังที่สุดในโลก ล้วนอยู่ไม่ไกลจากเมืองไคโร นับเป็นการดีที่ได้เริ่มแกะรอยอารยะกัน ณ จุดเริ่ม การผูกร้อยและเข้าใจเรื่องราวจะได้เริ่มกันตั้งแต่ ก.ไก่ เข้าใจง่ายๆ
   
                                  เมมฟิส (Memphis) อยู่ไม่ไกลจากไคโร ห่างออกไปราว 24 ก.ม. ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ เพียงข้ามแม่น้ำไนล์ผ่านออกไปนอกเมือง (ซึ่งเป็นกิจวัตรของการท่องเที่ยวในอียิปต์เพราะแหล่งท่องเที่ยว เกือบทั้งร้อยอยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำไนล์ ในขณะที่ไคโรอยู่บนฝั่งตะวันออก)

เป็นเมืองหลวงศูนย์กลางอาณาจักรเก่าเริ่มแรกของอียิปต์ หลังจากที่ฟาโรห์นาเมอร์ (Pharaoh Narmer) ฟาโรห์องค์แรกได้รวมดินแดนอียิปต์บนและล่างเข้าเป็นหนึ่งเดียว หนทางที่ไปสู่เมมฟิส ยังได้เห็นคลองชลประทานที่ขุด เป็นทางลำเลียงน้ำเพื่อการชลประทานและใช้ในการบริโภคในพื้นที่อาศัยและเกษตรกรรมที่ยังคงมีอยู่เหมือนที่เคยเป็นมาในอดีต พืชพรรณส่วนมากเป็นพืชไร่ ส่วนที่มองเห็นได้ตลอดทาง และหนาตาขึ้นเรื่อยๆจนถึงเมืองเมมฟิส คือต้นอินทผลัม (อ่านและชม... เมมฟิส .... คลิ๊กที่นี่) 
   

คลองชลประทานที่ขุดผ่านมาตลอดแนวสู่เมมฟิส ก่อเกิดการเกษตรกรรมมากมายโดยเฉพาะอินทผาลัมผลไม้มหัศจรรย์หวานลิ้น ทีนี่เป็นแหล่งปลูกสำคัญมีให้เห็นกันจนเบื่อตลอดทาง  พิพิธภัณฑ์เองยังตั้งอยู่ในวงล้อมของเจ้าพืชชนิดนี้เลย แม้บริเวณภายในก็ยังมีอีกแนะ  ที่เห็นในภาพ (ปลายเดือนมิ.ย) จะเห็นลูกอินทผลัมห้อยระย้าเต็มต้นแต่ยังเขียวๆ ถ้ากลับมาใหม่เดือน ก.ย.-พ.ย.ผลมันจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ส้ม หรือแดง แล้วแต่พันธุ์ใครพันธุ์มัน ถึงเวลานั้นราคาของมันจะถูกแสนถูกยั่วให้หอบให้หิ้วกลับบ้าน ในขณะที่ยามนี้ราคาผลแห้งของมันสูงปริ๊ดถึง กิโลละ 180 บาท ส่วนผลสดไม่ต้องไปหา ผิดกับองุ่นไร้เมล็ดที่ราคาถูกมาก คิดเป็นเงินไทย กิโลนึง ประมาณ 18-20 บาท ในขณะที่ในห้างบ้านเราราคา 200 กว่าบาท

 

เป็นผลให้เที่ยวบินอียิปต์แอร์ในวันที่กลับเมืองไทยกลายเป็นเที่ยวบินบรรทุกองุ่น....

   
 

ชาวบ้านในละแวกใกล้กับพิพิธภัณฑ์ที่เมมฟิส
 
เมมฟิส วันนี้ไม่เหลือสิ่งก่อสร้างที่แสดงร่องรอยของความรุ่งเรืองให้เห็นแล้ว  แต่ที่มีให้ชมก็เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง จัดแสดงวัตถุ รูปสลักล้ำค่าโดยเฉพาะ รูปสลักจากหินของฟาโรห์รามเซทที่2 (Ramses II) ผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรใหม่ เป็นฟาโรห์ที่ยิ่งใหญ่และทรงอิทธิพลที่สุด  ในบรรดาฟาโรห์ทั้งหลายในอียิปต์  นอนสงบนิ่งอยู่ในอาคารกึ่งเปิด 2 ชั้น รูปสลักไม่สมบูรณ์เต็มองค์ (ส่วนขาตั้งแต่เข่าขาดหายไป) มีความยาว 11เมตร ใหญ่โตอลังการให้ได้ตะลึง

ภายนอกอาคารมีรูปสลักอีกมากมายจัดแสดงเรียงรายไว้ตามจุดต่างๆ ภายในอาณาเขต  และที่เรียกความสนใจเป็นที่ดึงดูดสายตา คือรูปสลักสฟิงซ์จากหิน Alabaster (Sphinx of Memphis)  ตัวยาวราวราว 8 เมตร หมอบอยู่กลางลานกว้าง
แรก เห็นก็ให้รู้สึกว่า ก็เป็นสฟิงซ์ธรรมดาตัวย่อมๆหน่อยนึง ดูๆไว้เรียกน้ำย่อย เดี๋ยวไปดูสฟิงซ์ตัวพ่อที่กีซ่าให้ตลึงดีกว่า แต่พอมารู้ทีหลังว่าเจ้าหินอลาบาสเตอร์[Alabaster]เนี่ยไม่ธรรมดา เป็นหินอ่อนหายาก มีคุณสมบัติโปร่งแสง และราคาสุดแพงก็แทบจะขอให้ไกด์สุดหล่อพากลับไปลูปคลำชื่นชมใหม่อีกรอบ พร้อมกับขูดขอหวย ลืมไม่ได้เด็ด!

มันน่านักบอกแต่ว่ามันเป็นหินอลาบาสเตอร์ ฟังแล้วก็อ๋อ!ก็หินละนะ แล้วมาปล่อยให้เรารู้ซึ้งว่ามันแพงก็อีตอนหลอกมาร้านขายโคมไฟที่ทำจากเจ้า หินนี้ ที่ลักซอร์ แหมมันก็น่าแพงหรอกเพราะเปิดไฟปั๊บ แสงก็ลอดผ่านโคมออกมาอย่างกับโคมกระดาษสาที่บ้านฉันเชียว แต่เสียใจไม่ได้สตางค์จากฉันหรอก สายเกินจะยูเทิร์นจริงๆ
เดิน สู้แดดที่แผดจ้าชมบรรดาวัตถุโบราณที่จัดแสดงอยู่กลางแจ้ง ถ่ายรูปไปพลางชมรายละเอียดของแต่ละอันพรรณชิ้นที่ล้วนแต่บิ๊กๆ ชมชอบอยู่กับรูปสลักหินอันสง่างามของรามเสสที่2 ที่มีอยู่หลายรูปทั้งนั่งทั้งยืน ใจก็ส่งกระแสถึงสุริยเทพ ว่าถ้าท่านหรี่พลังลงบ้างคงได้อรรถรสอีกมากมาย  เหลือบมองไปที่แผงขายของ ที่ต่อเป็นบูทแล้วก็ให้นิยมเหล่าพ่อค้าที่ช่างไม่ย่นย่อต่ออาชีพ นั่งบ้างยืนบ้างเรียกลูกค้า  สินค้าก็ดูน่าสนใจ แต่ก็ขยาดที่จะเข้าไปชมใกล้ๆ  ด้วยรู้ซึ้งถึงลูกตื้อระดับโลกของพ่อค้าอียิปต์เผลอเข้าไปดูของแล้วไม่ซื้อ อาจมีสิทธิ์ถูกเก็บตังค์ค่าชมสินค้าก็ได้นา  จริ๊ง....เป็นเรื่องจริงลูกเล่นเค้าแพรวพราว ทริกกี้ จนคุณคาดไม่ถึงก็แล้วกัน เรื่องเด็ดๆของพ่อจอมตื้อและมีสเตอร์ 1 ดอลล่าร์มีให้เล่าเยอะ......อึ้งอีกแล้ว
มอง ผลอินทผาลัมที่ห้อยระย้าเต็มต้นผ่านหน้าต่างรถออกไป สวนแล้วสวนเล่า  เห็นปิรามิดขั้นบันได ผ่านช่องว่างของใบเขียวอยู่แวปๆเรากำลังมุ่งสู่เมืองซัคคาร่า [Suqqara or Sakkara]
 
เพลินๆ อยู่กับภาพของแขกกับลา ทั้งขำทั้งเครียด ขำกับการกระทำของคนที่ช่างเอาเปรียบได้ในทุกกรณี และเครียดกับชะตากรรมของเจ้าลาน้อย ซึ่งแน่นอนล่ะต้องเป็นกรรมเลวของมันที่ได้ก่อไว้ไม่รู้แต่ชาติปางไหน ชาตินี้จึงต้องเกิดมาแบกกับแบกสารพันทั้งของทั้งคน ภาพขำๆที่มันต้องแบกแขกตัวอ้วน 2 คน เดินต้วมเตี้ยมๆไปตามทาง ทั้งที่ถ้าคน 2 คนลงมาเดินเองป่านนี้ก็คงไปได้ไกลแซงหน้ามันไปถึงไหนถึงไหนแล้ว   แต่บุญของมันก็คงยังมีอยู่บ้างที่เกิดมาในพื้นดินเขียวชอุ่มชุ่มน้ำ กลางวงล้อมของทะเลทราย มันจึงอ้วนพีดูดี คำเปรยฟางเส้นสุดท้ายบนหลังลาคงไม่เกิดขึ้นกับมันง่ายนัก คนดูก็คงต้องยึดอุเบกขา ว่ามันเป็นเช่นนี้เอง สัตว์ทั้งหลายย่อมเป็นไปตามกรรม ไม่เช่นนั้นคนที่แบกหนักกว่าเจ้าลาพวกนั้นก็คือตัวเราเอง สาธุ

  อาการ ฟุ้งซ่านพาเพลินหยุดชงักลงเมื่อพลันแซนดูนขนาดใหญ่ปรากฎขึ้นในสายตา รถวิ่งไปบนถนนที่ตัดขนาบกับภูเขาทรายที่สูงแหงนมองคอตั้ง ครู่เดียวก็มาจอดนิ่งอยู่บนลานจอดรถกว้าง ของพิพิธภัณฑ์อิมโฮเทป [Imhotep Museum]

อาณาจักรยุคราชวงศ์เก่าของอียิปต์โบราณ มีแมมฟิสเป็นเมืองหลวงแห่งคนเป็น และมีซัคคาร่าเป็นเมืองหลวงแห่งชีวิตหลังความตาย เหล่าฟาโรห์และชนชั้นสูงนอนสงบนิ่งอยู่ในปิรามิด ม้สตาบาและสุสานมากมาย แต่แม่เหล็กที่ดึงดูดให้ใครต่อใครมาเยือนซัคคาร่า คือปิรามิคขั้นบันได[Step pyramid]ของฟาโรห์โซเซอร์ [Djoser หรือ Zoser] ซึ่งกลายเป็นชื่อฟาโรห์คู่กับซัคคาร่า แต่ยังมีอีกชื่อหนึ่งที่โดดเด่นคู่ กับปิรามิดและฟาโรห์โซเซอร์ คือ มหาเสนาบดีอิมโฮเทป กล่าวถึง ปิรามิดขั้นบันได โซเซอร์ ต้องกล่าวถึง อิมโฮเทป อย่างที่แยกออกจากกันไม่ได้

อิมโฮเทป [Imhotep] เป็นปราชญ์ชั้นเทพ เป็นมหาเสนาบดีที่ปรึกษาสำคัญของฟาโรห์โซเซอร์ เก่งกาจทั้งศาสตร์และศิลป์ เป็นผู้ออกแบบและควบคุมการสร้างปิรามิดขั้นบันได ซึ่งเป็นอัจฉริยะในศาสตร์ด้านวิศวกรรม ซึ่งก็ดูไม่น่าจะเป็นไปได้กับศาสตร์ด้านการแพทย์ ที่อิมโฮเทปก็เชี่ยวชาญปราดเปรื่อง จนได้รับการยกฐานะเป็นเทพอีกองค์ของอียิปต์ ได้รับการยกย่องมาทุกยุคสมัย แม้แต่ชาวกรีกก็ยังเรียกว่า เทพแอสคลีพีออส [Asklpepios] เทพแห่งยารักษาโรค ในโลกปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งยังยกย่องว่าอิมโฮเทปเป็นนักวิทยาศาสตร์คนแรกและคนเดียวของโลกที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเทพ (ลองเปรียบเทียบบุคคลที่เก่งกาจรอบด้านอย่างนี้ในโลกยุคปัจจุบันที่ใกล้ตัวเราเข้ามาอีกหน่อย ก็เห็นจะเป็น ลีโอนาโด ดาวินซี ที่เก่งกาจทั้งด้านศาสตร์และศิลป์คล้ายกัน เพียงแต่เราจะคุ้นเคยกับด้านศิลป์ของดาวินชี เพราะได้รับการเผยแพร่ผ่านการรับรู้มากกว่า) เก่งกาจขนาดนี้ ฮอลีวู๊ด อภิมหาโลกมายายังใจร้ายไปสร้างพี่แกซะน่ากลัวเป็นตัวร้ายในหนังเรื่องมัมมี่ ภาค2 [The Mumy Return] ตั้งชื่อว่าอิมโฮเทป แบบไม่ต้องอ้อมต้องเดา เลยถูกชาวอียิปต์ประท้วงไม่ให้หนังเรื่องนี้เข้าฉายในอียิปต์ ไม่รู้ว่าอีตาคนสร้างเค้าคิดอะไรอยู่ แต่ก็ไม่เข็ดนะภาค 3 [Tomb of the Dragon Emperor] ยังยำจิ๋นซีฮ่องเต๋ของจีนซะเละอีกเป็นผู้ร้ายซะร๊ายร้าย ไม่ได้ตามข่าวเลยไม่รู้ว่ามัมมี่ ภาค3 ถูกแบนในจีนอีกรอบหรือเปล่าใครรู้ช่วยบอกที

 

กลุ่มอาคารทันสมัยชั้นเดียวผนังเป็นหินสีส้ม สร้างต่อเนื่องเชื่อมกันด้วยการออกแบบรูปทรงเรขาคณิตอย่างเยี่ยมยอด เดินผ่าแดดเปรี้ยง ไปตามทางไล่ระดับเข้าสู่อาคารพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์อิมโฮเทป [Imhotep Museum] เปิดให้ชมเมื่อ April 2006 ไม่กี่ปีมานี่เอง สถาปัตยกรรม ของพิพิธภัณฑ์ฮิมโมเทป สะดุดตาและโดดเด่น ด้วยรูปทรงทันสมัย มีลููกเล่นของการเล่นระดับ เหลี่ยมมุม เส้นลาย ล้อกับรูปแบบของ ปิรามิดขั้นบันได เป็นอาคารชั้นเดียว สีน้ำตาลด้วยสีของอิฐและหินที่เป็นวัตถุดิบ มีการเล่นระดับตั้งแต่บันไดด้านหน้า ที่จะนำเข้าไปสู่ตัวอาคาร ภายในอาคารแสดงแบบแปลน วาดด้วยกราฟิคดีไซน์ทันสมัย ประกอบภาพจริง อธิบายวิศวกรรมที่ใช้ในการก่อสร้างปิรามิด บางจุดก็จัดวางสร้างโมเดลตัวอย่างสวยงามประกอบ ให้ดูแล้วเข้าใจง่าย มีข้าวของที่ขุดพบในปิรามิดมาจัดแสดง ทั้งของใช้ รูปปั้น ไปจนถึงโลงใส่มัมมี่ ซึ่งฉันก็ไม่ได้ลงลึกศึกษาไปได้ทั้งหมดทุกชิ้นอันหรอกว่า ชิ้นไหนมาจากไหนใดบ้าง อันไหนจริง อันไหนจำลองมา

แต่ส่วนมากจะเป็นเรื่องราวของ พระเอกเจ้าของชื่อพิิพิธภัณฑ์ คือท่านฮิมโมเทป กับผลงานชิ้นเอกของท่านคือ ปิรามิดซอเซอร์ ปิรามิดขั้นบันไดอันเป็น บรรพบุรุษของปิรามิดทรงสามเหลี่ยมที่เราท่านคุ้นตากันดี ช๊อปชอบที่ภายในอนุญาตให้ถ่ายรูปได้ไม่มีหวงเพียงแต่ขอกันว่ากรุณาอย่าใช้ เฟลช แต่ก็อย่างว่าแหละนะ ฉันก็เห็นแสงแฟลชวูปวาบๆ อยู่เป็นระยะ มันก็เป็นซะอย่างนี้แหละแม่จำเนียร พอเค้าห้ามก็ฟูมฟาย พอเค้าอนุญาตก็เลยเถิด จนเกินจะห้าม สุดท้าย เค้าอาจจะห้ามเพราะระอา คนข้างหลังก็เลยพลอยเสียโอกาสและอรรถรส

ชมที่มาและเรื่องราวของปิรามิดและท่านฮิมโมเทปในพิิพิธภัณฑ์กันแล้ว ณ บัดนี้ก็มายืนอยู่หน้าอาคารฟอลัมน์ อันเป็นประตูเข้าสู่บริเวณอาณาเขตของปิรามิดขั้นบันใดกันจริงๆแล้ว แค่ทางเข้าก็ทึ่งกับการก่อหินอัคนีสีน้ำตาล ที่เรียงตัวกันเรียบสนิทเป็นกำแพงสูงชัน แหงนมองคอตั้งบ่า เดินผ่านช่องประตูเข้าสู่หมู่เสาปาปิรุส ที่แต่ละเสาใหญ่โต 3-4 คนโอบ สลักเป็นร่องกลีบเลียนแบบการรวมกันของปาปิรุสเป็นกอใหญ่

 
 

 

 




Egypt

Egypt Grand 8 Days
อียิปต์...แพคเกจทัวร์
Egypt Wonderfull 5 Days
Egypt Hot Hit 6 days
จอร์แดน 8D5N
Egypt Hight Light 7 Days
Egypt Package Tour
อียิปต์...ปิรามิด และ สฟิงซ์ แห่งกีซ่า
วิหารลักซอร์ [Luxor Temple]...อียิปต์
Egypt ancient-Hieroglyphic
อียิปต์ แกรนด์ทัวร์8วัน ทัวร์คณะพิเศษ
ฮีโรกริฟฟิค....[Hieroglyphic]
แมมฟิส-Memphis
ซัคคาร่า-Saqqara
อียิปต์ อึ้ง ทึ่ง เครียด และขำ เที่ยวไปในอียิปต์
อียิปต์....เมืองที่ไม่คุ้นเคย



[1]

ความคิดเห็นที่ 6 (139300)

 อยากไปจังค่ะ  ถ้ามีโอกาศอยากไปเยียมพี่ชายและน้องชายค่ะ คงจะสนุกน่าดู

ผู้แสดงความคิดเห็น โอกาศของ...มีบ้างใหม (sanny-at-chaiyo-dot-com)วันที่ตอบ 2012-09-02 10:43:28


ความคิดเห็นที่ 5 (138061)
อยากไปบ้างจัง
ผู้แสดงความคิดเห็น ดิว (skw-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-06-17 21:34:46


ความคิดเห็นที่ 4 (138035)

ปัจจุบันเปลี่ยนไปมากหรือยังค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น daraking31 (daraking31-at-yahoo-dot-com)วันที่ตอบ 2011-06-10 19:21:28


ความคิดเห็นที่ 3 (136647)
อยากไปเที่ยวอียิปมาก เป็นเมืองในฝันค่ะ แต่กลัว
ผู้แสดงความคิดเห็น joop (joopjoop_2525-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-09-09 20:51:41


ความคิดเห็นที่ 2 (4231)
สาระดี อ่านแล้วได้ ความรู้ รูปก็เป็นแบบธรรมชาติ เห็นชีวิตความเป็นอยู่ของคนที่นั่นจริงๆ  กำลังจะไปอียิปต์ เลยอยากรู้ว่าที่นั่นน่ากลัวและอันตรายไหม
ผู้แสดงความคิดเห็น กำ (gumtravel-at-yahoo-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2008-10-19 15:03:22


ความคิดเห็นที่ 1 (2648)

 อ่านสนุก อ่านไปคิดถึงหน้าคนทำเว็ปไซด์   

รูปสวย  

ผู้แสดงความคิดเห็น พี่ร่วมอาชีพ (www-dot-bccbeer-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2008-09-16 17:25:40



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล *
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล