ReadyPlanet.com
bulletHome
dot
About us
dot
bulletContact us
bulletAbout us
bulletGuest Room
dot
Newsletter

dot
dot
Package start from 1or2 pax
dot
bulletAngkor wat
bulletหลวงพระบาง
bulletMyanmar
bulletฮานอย-ฮาลอง
bulletJumpasak - Wat Pu
bulletฮ่องกง
dot
The gallery
dot
bulletApsara & Bayon
bulletAngkor Wat shadow
bulletBeng Mealea...in green
bulletBanteay Chamar
bulletMrauk - U [1]
dot
Photo tell
dot
bulletภูฏาน - ลมหายใจแห่งศรัทธา
bulletล่องแม่น้ำโขง
bulletทุ่งไหหิน
bulletจาก ปากเซ ถึง...กระแจะห์
bulletอินเล...เมืองน้ำในนิทาน
bulletinle ... The utopia
bulletดาลัท เมืองดอกไม้-เวียดนาม
bulletWat Pu ...in green
bulletMae Hong Sorn
bulletWat Pu - Jumpasak
bulletNan - Luangphabang
bulletAngkor Wat
bulletHochimin - Dalat
bulletI-San
bulletเที่ยวเนปาล
bulletเที่ยวนิวซีแลนด์
dot
เล่าสู่กันฟัง
dot
bulletอ่านก่อน เที่ยวอียิปต์
bulletปิรามิด - สฟิงซ์ แห่งกีซ่า
bulletอียิปต์...วิหารลักซอร์
bulletอ่านอะไรดีก่อนไปเที่ยวนครวัด
bulletชมเพลิน.. อัปสรา
bulletพม่า..เที่ยวทะเลสาบอินเล
bulletอินเล...เมืองน้ำในนิทาน
bulletไปจ่ายตลาด...ที่ อินเล
bulletแสงเหงาที่... เทียนมู่
bulletเขิลกับขำ..ที่ สะหวันเขต
bulletเที่ยวตุรกี
bulletNagano-Apples
dot
Travel Usefulness
dot
bulletExchange Rates
bulletWeather forecast
bulletDictionary
bulletInternational Phone Code
dot
Related Information
dot
bulletเที่ยวหลวงพระบาง
bulletCambodia Temple site
bulletSambor Prei Kuk
bulletKoh Ker
bulletMrauk-U
bulletBanteay Chamar
dot
Link
dot
bulletรายการทัวร์ต่างประเทศ
bulletเที่ยวเมืองไทย
bulletนครวัด


www.thailandmgg.com
 
Booking.com
 
จองโรงแรม Agoda
 

 

hotel deals in luang prabang


All about Angkor
Magzine online


ประวัติตุรกี
 
 เที่ยวตุรกี
ย้อนประวัติศาสตร์ชาติตุรกี (แบบย่อๆ)

หาก ขุดสำรวจผืนแผ่นดินตุรกีให้ลึกลงไป แน่นอนเหลือเกินว่าคงพบความแตกต่างของหลายๆชั้นดิน แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นความแตกต่างทางแร่ธาตุเท่านั้น ชั้นดินที่ทับถมกันเหล่านั้นยังบอกเล่าถึงประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาหลายยุค หลายสมัยกว่า 6,250 ปีก่อนคริสกาล กว่าจะมาเป็น “สาธารณรัฐตุรกี” (Republic of Turkey) ไม่ว่าจะเป็นยุคของอาณาจักรฮิตไตต์ส (Hittites), ฟรีเจีย (Phrygia), ลีเดีย (Lydia), ไบแซนไทน์ (Byzantine), เซลจูคเติร์ก(Seljuk Turk) และออตโตมัน (Ottoman) ซึ่งคงไม่สามารถบอกเล่าเรื่องราวแปดพันกว่าปีให้จบได้ในหนึ่งหน้ากระดาษนี้ ดังนั้นเราจึงสรุปย่อบางช่วง ก่อนที่จะมาถึงจุดเปลี่ยนแปลงสำคัญทางประวัติศาสตร์ของตุรกี

เริ่มต้นกันที่สมัยอาณาจักร ฮิตไตต์ส (Hittites) มีที่มาจากคนส่วนใหญ่ที่เป็นเชื้อสายอินโด -ยูโรเปียน (Indo-European) ได้เข้ามาครอบครองดินแดนส่วนใหญ่ของอนาโตเลียกลางไว้ ซึ่งเป็นจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่เทียบเคียงได้กับอาณาจักรอียิปต์ ในสมัยของฟาโรห์รามเสสที่ 1 (Rameses)เลยทีเดียว โดยทั้งฮิตไตต์ส์และอียิปต์ก็ได้มีการทำสงครามเพื่อที่จะแย่งชิงความเป็น ใหญ่เหนือดินแดนคาเดช (Kadesh) แต่ก็ไม่มีฝ่ายใดที่สามารถเอาชนะได้อย่างเด็ดขาด บทสรุปจึงจบลงด้วยการยุติสงคราม และลงด้วยการลงนามในสนธิสัญญาแห่งคาเดช (Treaty of Kadesh) ในช่วง 1,269 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งถือได้ว่าเป็นสนธิสัญญาสันติภาพที่เป็นลายลักษณ์อักษรที่มีความเก่าแก่ ที่สุด เท่าที่เคยมีการค้นพบบนโลก

ภายหลังจากที่อาณาจักรฮิตไตส์ได้มีการล่มสลายลงไปจากการถูกโจมตีของชาวอัส ซีเรีย (Assyrian) ดินแดนอนาโตเลียก็ได้กลายเป็นที่อพยพของชนกลุ่มต่างๆ และได้มีการจัดตั้งอาณาจักรน้อยใหญ่ขึ้นอีกหลายอาณาจักรด้วยกัน และหนึ่งในนั้นก็คืออาณาจักรลิเดีย (Lydia) ซึ่งมีความเจริญและความ มั่งคั่งเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นศูนย์กลางการค้าระหว่างยุโรปและเอเชีย และด้วยเหตุที่มีการค้าขายมาก ชาวลิเดียจึงได้ผลิตเหรียญกษาปณ์ขึ้นมาใช้สำหรับค้าขาย

ความมั่งคั่งของอาณาจักรลิเดียนั้น เป็นที่ล่ำลือไปถึงอาณาจักรเปอร์เซีย และด้วยเหตุนี้เอง ที่ทำให้พระเจ้าไซรัส (Cyrus) มหาราชแห่งเปอร์เซียนั้น ได้มีการยกทัพเข้ามาตีอนาโตเลีย จนสำเร็จในช่วง 546 ปีก่อนคริสตกาล
ต่อมาในสมัยพระเจ้าคอนสแตนตินมหาราช โรมันเองก็ได้มีการแผ่ขยายอาณาจักรไปยังฝั่งตะวันออก และได้มีการรวบรวมจักรวรรดิโรมันให้เป็นหนึ่งเดียว และหลังจากนั้นก็ได้มีการย้ายเมืองหลวงจากโรมไปยัง ไบแซนเที่ยม (Byzantium) ซึ่งภายหลังก็ได้มีการเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น คอนสแตนติโนเปิล (Constantinople) หรือในปัจจุบันก็คือนครอิสตันบูลนั่นเอง

ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 11 มีชาวเติร์กเร่ร่อนเผ่าหนึ่งเรียกตนเองว่า เซลจูค (Seljuk) อพยพจากเอเชียกลางเข้าไปยังดินแดนต่างๆ ในอนาโตเลีย ซึ่งหลังจากนั้นก็ได้มีการทำสงครามกับจักรวรรดิไบเซนไทน์ โดยการนำทัพของอาลป์ อาร์สลาน (Alp Arslan) จนได้รับชัยชนะ และได้สถาปนาอาณาจักรแห่งแรกขึ้น ชื่อว่า “The Sultanate of Rum” (สุลต่านแห่งรุม) แต่อาณาจักรเซลจูคก็มีความเจริญรุ่งเรืองอยู่ได้ไม่นาน เพราะการแย่งชิงอำนาจกันเอง จนท้ายที่สุดต้องแตกแยกเป็นแคว้นย่อยๆหลายแคว้นด้วยกัน

กระทั่งก้าวเข้าสู่ยุคของจักรวรรดิออตโตมัน ซึ่งถือได้ว่าเป็นยุคแห่งการวางรากฐานทางศิลปวัฒนธรรมให้กับชนชาติตุรกีใน ปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคของสุลต่าน สุไลมาน (Sultan Suleyman) จักรวรรดิออตโตมันได้เจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด เรียกได้ว่าเป็นยุคทองของงานศิลปะ วรรณกรรม สถาปัตยกรรม ศาสนวิทยา และศาสตร์แขนงต่างๆ

ช่วงศตวรรษที่ 19 ย่างเข้าสู่ยุคของการเสื่อมถอยของอาณาจักรออตโตมัน โดยครั้งนั้นสุลต่าน อับดุลเมจิต (Abdulmecit) ครองราชบัลลังก์อยู่ พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่หลงใหลในความเป็นยุโรปค่อนข้างสูง ซึ่งส่วนหนึ่งได้สะท้อนผ่านออกมาทางสถาปัตยกรรมของพระราชวัง โดลมาบาร์เช (Dolmabace) ที่พระองค์โปรดให้สร้างขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อลังการ แต่โชคร้ายที่สถานการณ์บ้านเมืองในขณะนั้นกำลังอยู่ในภาวะย่ำแย่ถึงขั้นนำไป สู่จุดจบของอาณาจักรออตโตมัน โดยอำนาจสุลต่านถูกยึดไว้โดยกลุ่ม ยังเติร์ก (Young Turks) ซึ่งเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศไปสู่ระบบสาธารณรัฐ นอกเหนือจากการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่อย่างการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง ประเทศแล้ว กลุ่มยังเติร์กยังสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ตุรกี โดยการนำประเทศเข้าร่วมกับเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่ 1 แต่โชคไม่เข้าข้างกลุ่มยังเติร์ก เมื่อเยอรมันนีแพ้สงคราม จักรวรรดิออตโตมันในสมัยนั้นก็ต้องร่วมรับผิดชอบไปด้วย ผลที่ตามมาก็คือต้องยอมเสียดินแดนที่เคยเป็นเมืองขึ้น รวมทั้งดินแดนที่เป็นบ้านเกิดของตัวเอง และด้วยเหตุนี้จึงมีอีกกลุ่มหนึ่งที่ลุกขึ้นมาสู้เพื่อปกป้องประเทศ โดยการนำของมุสตาฟา เคมาล (Mustafa Kemal) การต่อสู้กินเวลายืดเยื้ออยู่พอสมควร ก่อนที่ได้รับชัยชนะจากการต่อสู้ขับไล่กองกำลังต่างชาติได้สำเร็จ และท้ายที่สุดได้มีการสถาปณาสาธารณรัฐตุรกีขึ้นอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1923 ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการปกครองระบอบสาธารณรัฐประชาธิปไตยแบบรัฐสภา

หลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้ว มุสตาฟา เคมาล ก็ได้ขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนแรกของตุรกี และได้รับสมญานามว่า อตาเติร์ก (Ataturk) หรือที่เรียกว่าบิดาแห่งชาวเติร์ก ผู้ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างให้กับตุรกี โดยมีวัตถุประสงค์ให้ตุรกีก้าวทันโลกภายนอก อันได้แก่

ข้อแรกก็คือการย้ายศูนย์กลางการปกครองจากนครอิสตันบูลไปยังกรุงอังการา ด้วยเหตุผลทางด้านยุทธศาสตร์ทางการเมืองค่ะ เพราะอังการาตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศทำให้ปลอดภัยต่อการรุกรานจากภายนอก
ข้อสองก็คือการใช้ปฏิทินสากลแทนการใช้ปฏิทินของศาสนาอิสลาม เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกับสากลประเทศ ง่ายต่อการติดต่อและสื่อสาร รวมถึงการเปลี่ยนวันหยุดประจำสัปดาห์ จากเดิมที่ประเทศอิสลามมักจะกำหนดวันศุกร์เป็นวันหยุด ก็เปลี่ยนให้มาเป็นวันอาทิตย์แทนเพื่อความสะดวกในการทำงานร่วมกับชาติอื่นๆ

ประการที่สามที่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ค่อนข้างใหญ่ในประเทศอิสลาม ณ เวลานั้น คือเรื่องของการเปลี่ยนภาษาราชการจากภาษาอาหรับที่ใช้กันอยู่เดิม ให้ใช้ภาษาลาตินแทน โดยมองถึงอนาคตที่ต้องติดต่อสื่อสารกับต่างชาติมากขึ้น หากใช้ภาษาที่เป็นสากล จะทำให้ง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น

ประการที่สี่ ถือเป็นความท้าทายอย่างมากในยุคนั้น คือการพยายามแยกอำนาจการปกครองทางศาสนา และอำนาจการปกครองทางการเมืองให้เป็นอิสระต่อกัน แต่สุดท้ายก็สามารถผ่านไปได้ด้วยดี

ประการที่ห้า คือ การกำหนดให้ครอบครัวเป็นแบบผัวเดียวเมียเดียว ซึ่งศาสนาอิสลามนั้นอนุญาตให้ผู้ชายมีภรรยาได้มากกว่าหนึ่งคน แต่มุสตาฟา เคมาล ให้ความสำคัญเรื่องสิทธิมนุษยชน และตระหนักถึงความเท่าเทียมทางเพศจึงได้สร้างการเปลี่ยนแปลงนี้ขึ้น

ประการที่หก เป็นเรื่องของการปรับตัวให้ทันกับยุคสมัย โดยประกาศยกเลิกข้อบังคับในการแต่งกายของชายมุสลิม โดยไม่จำเป็นต้องสวมหมวกแขก หรือโพกหัวอีกต่อไป ในขณะที่เพศหญิงก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังใบหน้าหรือสวมคลุมชุดดำตลอดเวลาเหมือน ครั้งอดีต

ประการที่เจ็ดเป็นเรื่องการให้ความสำคัญกับ สิทธิสตรี โดยให้โอกาสและให้สิทธิ์กับสุภาพสตรีในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสตรีทั่วไปก็มีสิทธิในการเลือกตั้งอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในครั้งอดีต

แม้ว่าอตาเติร์ก หรือ มุสตาฟา เคมาล จะเป็นผู้มีความเป็นชาตินิยมค่อนข้างสูง ในเวลาเดียวกันก็เป็นผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล และวางรากฐานให้ตุรกีพัฒนาไปในทิศทางที่ก้าวไปข้างหน้า จนกลายเป็นประเทศมุสลิมที่มีความเป็นตะวันตกค่อนข้างสูง เหมาะที่จะเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างโลกตะวันตกและโลกตะวันออกอย่างแท้จริง และจุดนี้ก็สร้างความได้เปรียบในด้านธุรกิจและการเมืองให้กับตุรกีเป็นอย่าง มาก โดยเราจะเห็นได้ว่าเวลานี้ คนตุรกีและสินค้าจากตุรกีได้เข้าไปมีบทบาทในหลายๆประเทศ ไม่ว่าจะเป็นโลกตะวันตกหรือโลกตะวันออกก็ตามที

เส้นทางอันยาวนานทางประวัติศาสตร์ของตุรกี ซึ่งมีทั้งจุดเปลี่ยนถ่ายอำนาจ จุดหักเห และจุดเปลี่ยนแปลง แต่ทุกๆช่วงเวลาก็เชื่อมต่อกันให้ดินแดนแห่งนี้มีความเด่นชัดทางประวัติ ศาสตร์ สะสมประสบการณ์ที่หลากหลาย และพัฒนาไปอย่างมีทิศทางที่สดใส ซึ่งการเรียนรู้เรื่องราวที่มาของชาติตุรกี นอกเหนือจากที่จะทำให้เรารู้จักชาวตุรกีมากขึ้นแล้ว หลายๆตัวอย่างอาจนำมาปรับประยุกต์ให้เข้ากับสถานการณ์รอบๆตัวในบ้านเมืองเรา ไม่ว่าอำนาจจะถูกเปลี่ยนถ่ายไปอยู่ในมือของฝ่ายใดก็ตามที เราก็ขอภาวนาให้กลุ่มที่จะเข้ามาทำครองอำนาจจงเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติ เป็นหลัก และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพวกท่านเหล่านั้นจะนำพาประเทศชาติเดินไปข้าง หน้า(เสียที)

 
 
ที่มา : https://www.facebook.com/world360degree
 
 
 
 
 

 




Turkey

บัคลาวา - ขนมหวานหัวแหวนแห่งตุรกี
ตุรกี 1 วัน .... One Day in Istanbul
ตุรกีตะวันออก .... บทหนึ่งในตุรกี
ตุรกีตะวันออก 7 วัน
ทัวร์ตุรกี -ทรอย 8 days
ทัวร์ตุรกี ทิวลิป รีเวียร่า 10 วัน
ทัวร์ตุรกีตะวันออก 10 วัน
ทัวร์ตุรกี 8D6N High light
ตุรกี - Balloon ที่... Cappadocia
ตุรกี-ชมเมือง
ตุรกี Blue Mosque
ตุรกี รายทาง .... Along the way
Ani เมืองโบราณเอนิ-Kars ตุรกีตะวันออก
ตุรกี ทิวลิป Riveira 10วัน
Noah's Ark .... เรือของโนอาห์ ที่ อะรารัต
ตลาดทองแดง ที่ กาเซนเท็พ Gaziantep
พิพิธภัณฑ์โมเสค - ตุรกี Ganzaintep กาเซนเท็พ
ตุรกี-Blue Mosque