ReadyPlanet.com
bulletHome
dot
About us
dot
bulletContact us
bulletAbout us
bulletGuest Room
dot
Newsletter

dot
dot
Package start from 1or2 pax
dot
bulletAngkor wat
bulletหลวงพระบาง
bulletMyanmar
bulletฮานอย-ฮาลอง
bulletJumpasak - Wat Pu
bulletฮ่องกง
dot
The gallery
dot
bulletApsara & Bayon
bulletAngkor Wat shadow
bulletBeng Mealea...in green
bulletBanteay Chamar
bulletMrauk - U [1]
dot
Photo tell
dot
bulletภูฏาน - ลมหายใจแห่งศรัทธา
bulletล่องแม่น้ำโขง
bulletทุ่งไหหิน
bulletจาก ปากเซ ถึง...กระแจะห์
bulletอินเล...เมืองน้ำในนิทาน
bulletinle ... The utopia
bulletดาลัท เมืองดอกไม้-เวียดนาม
bulletWat Pu ...in green
bulletMae Hong Sorn
bulletWat Pu - Jumpasak
bulletNan - Luangphabang
bulletAngkor Wat
bulletHochimin - Dalat
bulletI-San
bulletเที่ยวเนปาล
bulletเที่ยวนิวซีแลนด์
dot
เล่าสู่กันฟัง
dot
bulletอ่านก่อน เที่ยวอียิปต์
bulletปิรามิด - สฟิงซ์ แห่งกีซ่า
bulletอียิปต์...วิหารลักซอร์
bulletอ่านอะไรดีก่อนไปเที่ยวนครวัด
bulletชมเพลิน.. อัปสรา
bulletพม่า..เที่ยวทะเลสาบอินเล
bulletอินเล...เมืองน้ำในนิทาน
bulletไปจ่ายตลาด...ที่ อินเล
bulletแสงเหงาที่... เทียนมู่
bulletเขิลกับขำ..ที่ สะหวันเขต
bulletเที่ยวตุรกี
bulletNagano-Apples
dot
Travel Usefulness
dot
bulletExchange Rates
bulletWeather forecast
bulletDictionary
bulletInternational Phone Code
dot
Related Information
dot
bulletเที่ยวหลวงพระบาง
bulletCambodia Temple site
bulletSambor Prei Kuk
bulletKoh Ker
bulletMrauk-U
bulletBanteay Chamar
dot
Link
dot
bulletรายการทัวร์ต่างประเทศ
bulletเที่ยวเมืองไทย
bulletนครวัด


www.thailandmgg.com
 
Booking.com
 
จองโรงแรม Agoda
 

 

hotel deals in luang prabang


All about Angkor
Magzine online


ทัวร์ตุรกีตะวันออก 10 วัน
 
 เที่ยวตุรกี

 ทัวร์ตุรกี ตุรกีตะวันออก เขาเนมรุต โนอาห์  กาเซนเท็พ เมืองกาซิแอนเทป เมืองซานลิอุรฟา-เมืองฮาราน-เมืองมาร์ดิน

ทัวร์ตุรกี ตุรกีตะวันออก เขาเนมรุต โนอาห์  กาเซนเท็พ เมืองกาซิแอนเทป เมืองซานลิอุรฟา-เมืองฮาราน-เมืองมาร์ดิน
 
 
 
 
 
  วันแรก        สนามบินสุวรรณภูมิ-กรุงอิสตันบูล-เมืองอดิยามาน
2000   พบกันที่ เคาน์เตอร์เช็คอิน U ประตู 9 สายการบิน  เตอร์กิช แอร์ไลน์ TK  เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกทางด้านสัมภาระและเอกสารการเดินทางก่อนขึ้นเครื่อง
2330   เดินทางสู่ กรุงอิสตันบูล โดยสายการบิน เตอร์กิช แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK 69  (บินตรง)
     
 
  วันที่สอง     เมืองอดิยามาน-เมืองคาห์ตา-ภูเขาเนมรุต-เมืองอาดิยามาน
0535   เดินทางถึงสนามบิน กรุงอิสตันบูล Istanbul (เปลี่ยนเที่ยวบิน เพื่อบินต่อภายในประเทศ)
1000   เดินทางสู่ เมืองอดิยามาน Adiyaman โดยสายการบิน เตอร์กิช แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK 2216
1145   เดินทางถึงสนามบิน เมืองอาดิยามาน Adiyaman ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกตกเฉียงใต้ของประเทศตุรกี หลังจากผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว นำท่านเดินทางสู่ภัตตาคาร
เที่ยง   บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
 บ่าย   เดินทางสู่ เมืองคาห์ตา Kahta เพื่อขึ้น ภูเขาเนมรุต (Mount Nemrut) สูง 2,134 เมตร ชมรูปสลักขนาดใหญ่ตั้งแต่ ศตวรรษที่ 1 ก่อนคริสตกาล ณ สุสานของกษัตริย์แอนติโอนุส ที่ 1 ธีโอสแห่งคอมมาจเน (Antiochus I Theos of Commagene) รูปสลักของพระองค์เองสูง  8-9 เมตร ยืนเด่นตระหง่านกับ รูปสลักของสิงโต 2 ตัว รูปนกอินทรีย์ 2 ตัว รูปสลักเทพเจ้ากรีก, เทพเจ้าอาร์เมเนียน (Aremenian Godes) และเทพเจ้าเปอร์เซี่ยน ผสมผสานกันอยู่ทั่วไป อาทิเช่น เฮอร์คิวลิส วาฮาน (Hercules Vahagn) ซุส-อารามาสต์ (Zeus-Aramazd) หรือโอโรมาสเดส (Oromasdes)  เป็นไฮไลท์ที่สำคัญส่วนหนึ่งของการเดินทางทริปนี้  หลายคนกล่าวว่า “ภูเขาเนมรุต เป็นสถานที่ ที่สวยที่สุดในโลกแห่งหนึ่งสำหรับการชมพระอาทิตย์ขึ้น กับ พระอาทิตย์ตกดิน ” จากนั้นเดินทางกลับสู่เมืองอดิยามาน
 ค่ำ   บริการอาหารค่ำแบบบุฟเฟต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
     
พักค้างคืน ที่ - Grand Isias  Hotel 4* หรือเทียบเท่า www.grandisias.com
     
 
 
  วันที่สาม      เมืองอดิยามาน-เมืองกาซิแอนเทป
เช้า   บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
.....   เดินทางสู่ เมืองกาซิแอนเทป Gaziantep ระยะทางประมาณ 154 กิโลเมตร (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) มีชายแดนติดกับเมืองอาเลปโป้ Aleppo ของประเทศซีเรีย เมืองกาซิแอนเทปได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เป็นศูนย์กลางของระบบเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงใต้และภาคตะวันออกของตุรกี และเป็นแหล่งผลิตถั่วพิตาชิโอได้มากที่สุดในตุรกี
เที่ยง   บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
 บ่าย   นำท่านชมย่านตลาด Gaziantep Buyuksehir Belediyesi และ Copper Bazaar ตลาดขายสินค้าพื้นเมือง โดยเฉพาะที่โดดเด่นคือ ภาชนะต่าง ๆ ที่ทำมาจากดีบุก ทองแดง เครื่องเงิน แล้วนำมาแกะสลักลวดลาย ย้อนยุคกับ “Han” ที่พักแรมของกองคาราวานค้าขายในเส้นทางสายไหมตั้งแต่โบราณ สินค้าที่นี่ส่วนใหญ่จะผลิตเพื่อตลาดภายในประเทศ และส่งออกสู่ประเทศที่อยู่ในกลุ่มตะวันออกกลาง

จากนั้นชมพิพิธภัณฑ์โมเสก Zeugma Moziak Muzesi ซึ่งจัดแสดงชิ้นงานโมเสกสวยงามโบราณได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด  และชิ้นที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก คือภาพชื่อ ยิปซี ความน่าสนใจกับผลงานยิปซีคือ เมื่อสบตาสาวยิปซีเธอจะมองตามเราไปตลอดไม่ว่าเราจะเคลื่อนไหวไปในทิศใด ถือว่าเป็นความมหัศจรรย์ทางด้านศิลปะโบราณที่เป็นแบบอย่างให้งานศิลปะสมัยใหม่ ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์ซุกมาโมเสกแห่งนี้  เป็นพิพิธภัณฑ์โมเสกที่สำคัญและใหญ่ที่สุดในโลก
 ค่ำ   บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
     
พักค้างคืน ที่ - Tugcan Hotel  Hotel 5* www.tugcanhotel.com.tr หรือเทียบเท่า
     
 
 
  วันที่สี่      เมืองกาซิแอนเทป-เมืองซานลิอุรฟา
เช้า   บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
.....   เดินทางสู่ เมืองซานลิอุรฟา Sanliurfa(143 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.45 ชั่วโมง) เมืองเก่ากว่า 1,200 ปี ก่อนคริสตกาล เป็นเมืองแรกที่ให้อิสระแก่ประชากรในการเลือกนับถือศาสนา วิหารของแต่ละศาสนาแห่งหนึ่งๆจะถูกแปรเปลี่ยนไปตามการนับถือไปตามยุคสมัย ตั้งแต่ยูดาห์ คริศต์ และเป็นสุเหร่าตามความนับถือของประชากรในปัจจุบัน

ในอดีตเมืองซานลิอุรฟา ถูกปกครองมาหลายอาณาจักร และสุดท้ายปกครองด้วยอาณาจักรไบเซนไทล์ (Byzantines) จึงทำให้มีวัฒนธรรมที่หลากหลาย มีสถาปัตยกรรมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว  ศาสนาคริสต์และอิสลามถือว่า เมืองซานลิอุรฟา เป็นเมืองสำคัญทางศาสนา เป็นอันดับ 4 รองมาจาก เมกกะ เมดิน่า และเยรูซาเลม ตามบันทึกในคัมภีร์ไบเบิล Bible และกุรอาน Qur'an
เที่ยง   บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
 บ่าย   ชม ปราสาทอุรฟา Urfa Castle ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของเมืองซานลิอุรฟา อยู่บนเชิงเขา Damlacik สร้างขึ้นในยุคโรมันและอยู่ต่อเนื่องมาจนถึงยุคของออตโตมัน มีหอคอยจำนวน 25 แห่ง  บนของปราสาทจะมีเสาอยู่ 2 ต้น เห็นเด่นตระหง่าน มีกำแพงของป้อมคริสเตียนสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 812 เพื่อป้องกันอาหรับที่มารุกราน ต่อมาได้รับการบูรณะโดยกองทัพครูเสด ในอดีตเคยเป็นพระราชวังของ Molla, Gezer Pasha และ Mehmet Pasha มองลงมาจากปราสาท จะเห็นภาพ 360 องศาโดยรอบเมืองซานลิอุรฟา นับเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดของเมืองนี้

สถานที่สำคัญที่เยี่ยมชมในเบื้องล่างประกอบด้วย ถ้ำอับราฮัม (Abramah’s Cave) และ The Legendary Pool of Sacred Fish ตามความเชื่อของมุสลิม กล่าวว่าถ้ำแห่งนี้เป็นที่ที่อับราฮัมอาศัยอยู่ตั้งแต่แรกเกิดจนมีอายุถึง 5 ปี โดยพระเจ้าได้เนรมิตให้น้ำนม อันเป็นอาหารออกมาจากปลายนิ้วของอับราฮัมเอง เมื่ออับราฮัมเติบใหญ่ด้วยความเฉลียวฉลาดและเป็นบุคคลที่เชื่อมั่นในพระองค์อัลเลาะห์เพียงองค์เดียวเท่านั้น  จึงเป็นเหตุให้มีความขัดแย้งเรื่องความเชื่อทางศาสนากับกษัตริย์เนมรุตซึ่งมีอำนาจสูงสุดในการปกครอง จึงถูกลงโทษการประหารชีวิต โดยการยิงลงมาจากเสาคู่ด้านบนของปราสาทอุรฟา สู่เบื้องล่างที่ก่อกองไฟรอเผาอับราฮัมหวังจะให้เผาไหม้เป็นจุล  แต่พระเจ้าได้เนรมิตให้เปลวไฟที่ลุกโชติช่วงกลายเป็นน้ำ และท่อนฟืนกลายเป็นปลา บริเวณนี้จึงกลายเป็นสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่อยู่ของปลาคาร์ฟ และปลาเทราท์ เชื่อกันว่าถ้าใครเห็นปลาเผือกในสระน้ำจะได้เป็นผู้ที่ได้ขึ้นสวรรค์
 ค่ำ   บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
     
พักค้างคืน ที่ - Hilton Garden Inn Sanliurfa 4* หรือเทียบเท่า
     
 
 
  วันที่ห้า      เมืองซานลิอุรฟา-เมืองฮาราน-เมืองมาร์ดิน
เช้า   บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
.....   เดินทางสู่ เมืองฮาร์ราน Harrann ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) เมืองโบราณที่มีความสำคัญด้านประวัติศาสตร์ เป็นดินแดนของแอสซีเรียน   เป็นศูนย์กลางการค้าขาย วัฒนธรรมและศาสนา เมืองนี้ได้ถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์ไบเบิลว่า เป็นเมืองที่อับราอัมได้มาอาศัยอยู่ และบิดาคือเทราห์ก็ได้เสียชีวิตที่เมืองฮารานแห่งนี้ ก่อนที่เขาจะออกเดินทางสู่ เมืองคานะอัน (Canaan)  ดินแดนศักดิ์สิทธิ์และ  ศาสดาทั้งสาม คือ โมเสส เจซัส และ โมฮัมหมัด ก็ได้เคยมาพักอาศัยที่เมืองนี้ด้วย

นำท่านชมบ้าน แบบรวงผึ้ง (Beehive House of Harran) ที่ถูกสร้างขึ้นอยู่ท่ามกลางพื้นที่ราบและมีอากาศร้อนจัดในหน้าร้อนหนาว  การออกแบบบ้านคล้ายกับรวงผึ้งก็เพื่อเป็นการระบายอากาศ
เที่ยง   บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
 บ่าย   เดินทางสู่ เมืองมาร์ดิน Mardin (ระยะทาง 196 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 3.30 ชั่วโมง) ตั้งอยู่บนที่ราบเมโสโปเตเมีย ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศตุรกี เป็นเมืองโบราณเก่าแก่ที่สุดบนพื้นที่เมโสโปเตเมียตอนบน การขุดค้นโบราณสถานในเมืองนี้มีขึ้นในปี ค.ศ. 1920  พบว่าซากเมืองมีอายุย้อนไปถึง 4,000 ปีก่อนคริสตกาล อารยธรรมแรกที่พบในพื้นที่นี้ คืออารยธรรมสุบาเรียน (Subarians) เมื่อประมาณ

3,000 ปีก่อนคริสตกาลและอารยธรรมอีลาไมต์ เมื่อประมาณ 2,230 ปีก่อนคริสตกาล ตามด้วยบาบิโลเนียน,  ฮิตไทต์, อัสซีเรียน,โรมัน และไบแซนไทน์  มีสถาปัตยกรรมสร้าง ด้วยหินที่วางซ้อนตกแต่งอย่างเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว   นำท่านเดินเล่นถ่ายรูปในย่านเมืองเก่า ซึ่งมีทิวทัศน์ที่สวยงาม  ทิวเขาที่อยู่เป็นฉากหลังเสริมให้ภาพสวยงามดั่งภาพวาด
ค่ำ   บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
     
พักค้างคืน ที่ -  Hilton Garden Inn Mardin 4* http://hiltongardeninn3.hilton.com/en/hotels/turkey/hilton-garden-inn-mardin-MQMGIGI/index.html หรือเทียบเท่า
     
 
 
  วันที่หก      เมืองมาร์ดิน-เมืองมิดยาท-เมืองอาซานเคฟท์-เมืองวาน
เช้า   บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
.....   เดินทางสู่ เมืองมิดยาท Midyat ระยะทางประมาณ 45 กิโลเมตร (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที) ชมเมืองเล็ก ๆที่บ้านเรือนส่วนใหญ่ทำจากดินเหนียวฝีมือประณีต ชาวเมืองมิดยาทยังชีพด้วยการประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีชื่อเสียงด้านการปลูกองุ่น เพื่อผลิตไวน์  เป็นศูนย์รวมหลากหลายวัฒนธรรม เนื่องจากในอดีตถูกหลายอาณาจักรเข้าปกครอง  ชมวิหารเซนต์กาเบรียล (St. Garbiel Monastery)  วิหารนิกายซีเรียก ออโธดอกที่เก่าแก่ที่สุดในโลก    สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 397 โดยเซนต์ไซมอน ภายในวิหารประกอบไปด้วยภาพเขียนบรรยายเกี่ยวกับเรื่องราวของพระเยซู  พระแม่มารี ห้องฟังเทศน์ ซึ่งปัจจุบันยังใช้ประกอบพิธีทางศาสนา ชั้นล่างของวิหารเป็นที่เก็บกระดูก 1,200 ชิ้น ของนักบวชที่ประจำอยู่ในวิหารนี้ รวมทั้งหลุมฝังศพของเซนต์กาเบรียล

จากนั้นเดินทางสู่ เมืองฮาซานเคฟท์ (Hasankeyft) เมืองเล็กๆ ที่มีทิวทัศน์สวยงามริมฝั่งแม่น้ำไทกรีส (ระยะทาง 108 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.50 ชั่วโมง) เป็นเมืองโบราณอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งถูกประกาศให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ของตุรกี เมื่อปี ค.ศ. 1981 แต่เดิมชาวอาร์เมเนียนและอาหรับได้อยู่อาศัยที่นี่มาก่อนที่ชาวเคิร์ดอันเป็นประชากรส่วนใหญ่ของที่นี่ เมืองฮาซานเคฟ มีป้อมปราการของเมือง ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง 100 เมตร เหนือตัวเมืองและแม่น้ำไทกริส เพื่อควบคุมเส้นทางการค้าผ่านแม่น้ำไทกริสในสมัยโบราณ เนื่องด้วยถูกสภาพอากาศกัดกร่อนป้อมปราการจึงไม่สมบูรณ์เหมือนเก่า แต่เรายังคงเห็นความงดงามของภาพพาโนรามาของเมือง  คู่กับโค้งแม่น้ำไทกริสและซากสะพานโบราณ ส่วนสะพานที่ทอดข้ามแม่น้ำไทกริสที่ใช้สัญจรในปัจจุบัน ถือว่าเป็นสะพานที่ใหญ่ที่สุดที่สร้างในยุคกลาง 
เที่ยง   บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
 บ่าย   อิสระเดินเล่นช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองเป็นตลาดเล็ก ๆ ที่ชาวบ้านนำมาจำหน่าย อาทิเช่น ของที่ระลึก พรม เสื้อผ้าทอมือ เมืองฮาซานเคฟท์เป็นเมืองผ่านที่มีความสวยงามไม่ธรรมดาสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบถ่ายภาพ

จากนั้นเดินทางสู่ เมืองวาน (Van) (ระยะทาง 337 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5.30 ชั่วโมง) ระหว่างทางเพลิดเพลินกับบรรยากาศของเทือกเขาที่สลับซับซ้อนสลับกับพื้นที่ราบ เป็นภาพที่สวยงามแปลกตา เมืองวาน ได้รับฉายาว่า “ไข่มุขแห่งตะวันออก” (The Pearl of The East) เพราะมีภูมิประเทศสวยงามมาก มี ทะเลสาบวาน ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในตุรกี สิ่งที่ทำให้เมืองวานมีชื่อเสียงมากที่สุดอีกด้านหนึ่งคือ แมว ซึ่งเป็นพันธุ์ที่มีขนฟูสีขาว มีสีของนัยน์ตาทั้งสองข้างต่างกัน  ข้างหนึ่งเป็นสีฟ้า และอีกข้างเป็นสีเหลือง เป็นสมบัติเฉพาะของที่เมืองวานเท่านั้น และมีที่เดียวในโลก รัฐบาลตุรกีถือเป็นสัตว์สงวน ไม่สามารถนำออกนอกประเทศเพื่อขยายพันธุ์ได้
 ค่ำ   บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
     
พักค้างคืน ที่ - Elite World Van 5*  http://www.eliteworldvan.com.tr/default-en.html หรือเทียบเท่า      
     
 
 
  วันที่เจ็ด      เมืองวาน-เกาะอัคดาม่า-เมืองวาน
เช้า   บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
.....   นำชมความสวยงามของ ปราสาทวาน (Van Castle)  นอกเขตเมืองใหม่ สร้างขึ้นในสมัย Uratian เป็นปราสาทที่ใหญ่ที่สุดในแถบนี้ ซึ่งรวมถึง อามาเนีย ตุรกี และ อิหร่าน มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า The Saduri สร้างโดยกษัตริย์ Saduri II ในระหว่าง 764-735 ก่อนคริสตกาล  ถูกค้นพบโดยชาวรัสเซีย ภายในมีวัดที่มีศิลาจารึกภาษาลิ่มของ Uratian  มีห้องต่าง ๆ ที่ล้ำยุคจนน่าแปลกใจอีกหลายห้อง เช่น ห้อง Container  ใช้เก็บข้าว ข้าวโพด และธัญพืช และน้ำ  ด้านหน้าปราสาทมีทะเลสาบวานเป็นปราการธรรมชาติป้องกันการรุกรานจากศัตรู ด้านล่างของป้อมสร้างด้วยหินบะซอลท์ ด้านบนสร้างด้วยอิฐที่ทำจากโคลนตากแห้ง กำแพงสร้างภายหลังในยุคกลาง ด้านบนของปราสาทวานจะเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดของเมืองงาน  มองเห็นทะเลสาบวานทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดของประเทศตุรกี  ได้แบบพาโนรามาสุดสายตา
เที่ยง   บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
 บ่าย   นำท่านนั่งเรือสู่ เกาะอัคดาม่า (Akdamar Island) เกาะเล็ก ๆ มีพื้นที่ 0.7 ตารางกิโลเมตร ในทะเลสาบวาน อยู่ห่างจากชายฝั่ง 3 กิโลเมตร  ชมความสวยงานภายใน โบสถ์อัคดามา (Akdamar Church) ของชาวอาร์เมเนีย  สร้างขึ้นในระหว่างปี ค.ศ. 915-921 โดยกษัตริย์ Gagik I Arcruni แห่งราชวงศ์ Vaspurakan ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อ Trdat Mendet หรือที่รู้จักกันในชื่อ Manuel ผู้สร้างโบสถ์ใน Ani โบสถ์นี้สร้างด้วยหินทรายสีชมพู เป็นโบสถ์รูปทรงกางเขน ผนังโบสถ์ตกแต่งด้วยภาพสีของเฟรสโก้ (Fresco) มีชื่อของพระเยซูอยู่ทางทิศใต้ของโบสถ์ ด้านหน้าโบสถ์แกะสลักเป็นรูปภาพจากพระคัมภีร์

ได้เวลาอันสมควรกลับสู่ชายฝั่งแล้วเดินทางโดยรถโค้ชสู่ปราสาทโฮเซฟ (Hosap Castle) อายุกว่า 3,000 ปี สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1613 โดยกษัตริย์ Mohmood Suliaman แห่งอาณาจักร Uratu โดยการสันนิษฐานว่าเมื่อกองทัพของกษัตริย์มะห์มูด ในสมัยของออตโตมัน เดินทางไปอิหร่านผ่านมาในเส้นทางนี้ได้สร้างเพื่อพักการเดินทาง  ปราสาทสร้างในจุดยุทธศาสตร์ที่ดีแก่การป้องกันการถูกรุกรานจากข้าศึก มีหอคอยเฝ้าตรวจตรา  กำแพงล้อมรอบปราสาททำจากดินเหนียว ปราสาทมี 3 ชั้น ชั้นแรกจากด้านบนสุดเป็นวังของกษัตริย์มะห์มูด  ในศตวรรษที่ 17 อาณาจักรออตโตมันได้เข้ายึดครอง และในศตวรรษที่ 18 ได้เกิดแผ่นดินไหว  ทำให้บางส่วนของปราสาทเสียหาย และในปี ค.ศ. 2011 ก็ได้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ สร้างความเสียหายซ้ำแก่ตัวปราสาท
 ค่ำ   บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
     
พักค้างคืน ที่ - Elite World Van 5*  http://www.eliteworldvan.com.tr/default-en.html หรือเทียบเท่า      
     
 
 
  วันที่แปด      เมืองวาน-เมืองโดกุเบยาซิต-เทือกเขาอารารัท-เมืองคาร์ส
เช้า   บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
.....   เดินทางสู่ เมืองโดกุเบยาซิต Dogubeyazit ระยะทางประมาณ 181 กิโลเมตร (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) ทางทิศตะวันออกสุดของประเทศตุรกี  เมืองนี้ถูกโอบด้วย เทือกเขาอะรารัต  Mt. Ararat  ภูมิอากาศร้อนและแห้งแล้งในฤดูร้อนและหนาวจัดในฤดูหนาว พื้นที่ราบส่วนใหญ่ใช้ปลูกหญ้าหรือพืชผลไว้สำหรับเป็นอาหารสัตว์ ในฤดูหนาว ผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ภูเขาจะสร้างบ้านที่ทำมาจากดินเหนียว เพื่อเพิ่มความอบอุ่นในฤดูหนาว เมืองเบยาซิตได้ถูกทำลายเสียหายอย่างหนักในสงครามโลกครั้งที่ 1 และสงครามกู้เอกราชตุรกี และในปี 1930  มีการสร้างเมืองใหม่ขึ้นมา คือเมือง Dogubeyazit แปลว่า East Beyazit
เที่ยง   บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
 บ่าย   ชมความสวยงามของ พระราชวังอิซฮาก พาชาร์ (Izhak Pasha Palace)  กลางเมืองเบยาซิตเก่า สร้างในสมัยออตโตมันโดย Colak Abdi Pasha นายพลแห่งกองทัพเตอร์กที่เข้ามาปกครองเบยาซิต ในปี 1685 ส่วนที่เป็นฮาเร็ม (Harem) สร้างเสร็จในสมัยของหลานปู่ที่ชื่อ Ishak Pasha ในปี 1784 พระราชวังแห่งนี้สร้างเหมือนคอมเพล็กซ์   มีความสำคัญรองลงมาจากพระราชวังทอปกาปึ (Topkapi Palace) ในอิสตันบูล  มีชื่อเสียงที่สุดในยุคนั้น  สร้างอยู่บนเนินเขา เป็นสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่แห่ง

สุดท้ายของอาณาจักรออตโตมัน และเป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมออตโตมันในยุคศตวรรษที่ 18  ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์แห่งหนึ่ง ชั้นล่างของพระราชวังสร้างอยู่บนเนินเขาบนชั้นหินที่มีความแข็งแรง อีกสามด้านของพระราชวังเป็นหน้าผาสูง  มีเพียงด้านทิศตะวันออกจะเป็นที่ราบ  เป็นทางเข้าออก มีหน้ามุขแคบ ๆ ตัวอาคารสร้างด้วยด้วยหินสีแดงอมส้ม  ได้มากจากภูเขาที่อยู่ในย่านนี้ สร้างโดยช่างฝีมือชั้นสูงมีการแกะสลักหินไว้อย่างสวยงาม

จากนั้นเดินทางสู่เทือกเขาอารารัท (Mount Ararat) ซึ่งยอดเขา The great Ararat เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในตุรกีด้วยความสูง 5,137 เมตรจากระดับน้ำทะเล  ยอดเขาอารารัทจะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะตลอดทั้งปี   เทือกเขานี้ชาวคริสเตียนเชื่อว่าเป็นที่ที่เรือโนอาห์ (Noah’s Ark) เกยอยู่หลังเหตุการณ์น้ำท่วมโลกครั้งใหญ่  เปลี่ยนยานพาหนะเป็นรถเล็ก เพื่อเดินทางสู่ จุดชมเรือโนอาห์   ที่กล่าวถึงในคัมภีร์ Bible ของชาวยิวและคริสต์  ใน Old Testament เล่ม Book of Genesis   และในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอ่านของมุสลิม โดยตามตำนานเล่าว่าพระผู้เป็นเจ้าของชาวยิวได้ช่วยเหลือโนอาร์ กับสมาชิกในครอบครัวอีก 7 คน และสัตว์ชนิดต่าง ๆ อย่างละ 1 คู่ จากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่คร่าชีวิตผู้คนและสัตว์ทั้งหลายไปจนหมดโลก โดยบอกให้โนอาร์ต่อเรือยาวขนาด 137 เมตร แล้วนำสัตว์ต่าง ๆ ไว้บนเรือ เมื่อเกิดน้ำท่วม เรือโนอาร์ก็ลอยอยู่บนพื้นผิวน้ำเป็นเวลา 6 เดือน เมื่อน้ำลดเรือโนอาร์ก็ลอยมาติดอยู่บนเทือกเขา Ararat แห่งนี้ทุกคนจึงปลอดภัยจากน้ำท่วมโลกในครั้งนั้น

ได้เวลาพอสมควรเดินทางสู่ เมืองคาร์ส (Kars) (ระยะทาง 181 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง) อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของตุรกี มีประชากรประมาณ 30,000 คน อาคารบ้านเรือนในเมืองคาร์สมีหลากหลายสไตล์ เนื่องจากเป็นเมืองที่เชื่อมต่อระหว่าง ตุรกี, อาร์มาเนีย, จอร์เจียร์ และ รัสเซีย
 ค่ำ   บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
     
พักค้างคืน ที่ - Sim-Er Hotel 3*  หรือเทียบเท่า  www.simerhotel.com      
     
 
 
  วันที่เก้า      เมืองเมืองคาร์ส-เมืองเอนิ-เมืองคาร์ส-กรุงอิสตันบูล
เช้า   บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
.....   เดินทางสู่ เมืองเอนิ Ani เมืองโบราณที่ติดชายแดนอาร์มาเนีย อดีตเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักอาร์มาเนียยุคกลาง ปัจจุบันคือประเทศอาร์มาเนีย เมืองเอนิตั้งอยู่บนพื้นที่สามเหลี่ยมที่มีแม่น้ำ Arpacia อยู่ทางทิศตะวันออก เป็นพรมแดนธรรมชาติระหว่างตุรกีและอาร์มาเนีย ทิศตะวันตกติดกับหมู่บ้าน Tzaghkotzadzor เมืองเอนิได้ถูกขนานนามว่าเป็น City of 1001 Churches เนื่องจากมีวัด โบสถ์ พระราชวัง ป้อมปราการมากมายที่สร้างเรียงรายอยู่บนเส้นทางการค้าโบราณ และเป็นสิ่งปลูกสร้างที่มีความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีและศิลปะสูงสุดของโลกในยุคนั้น ในกลางปีคริสต์ศตวรรษที่ 18 พวกชนเผ่าเคอร์ดิช (Kurdish) ได้เข้ามาปล้นและฆ่าชาวเมือง จนชาวเมืองต้องอพยพหนี ทิ้งให้เมืองเอนิกลายเป็นเมืองร้างถึง 100 ปี จนกระทั่งนักเดินทางชาวรัสเซียมาพบเมืองนี้และนำไปเขียนลงในหนังสือ จากนั้นจึงมีการกำหนดให้เมืองเอนิแห่งนี้เป็นเมืองท่องเที่ยวแห่งใหม่ ปี 1892 เริ่มมีการสำรวจทางโบราณคดี โดยได้รับเงินทุนจาก St. Petersburg Academy of Science  เมืองเอนิอยู่ในเขตของทหารตุรกี ก่อนหน้านี้ต้องผ่านขั้นตอนการขออนุญาตก่อนเข้าชม แต่นับจากปี 2004 เป็นต้นมาไม่ต้องขออนุญาตแล้ว

นำชม The Church of St. Gregory of Tigran Honents โบสถ์นี้สร้างถวาย St. Gregory the Luminator ในรัชสมัยของ Zakarids ด้วยทุนของพ่อค้าที่ชื่อ Tigran Honents เป็นโบสถ์ที่ได้รับการดูแลรักษาอย่างดีที่สุดในเมืองนี้ ภายในตกแต่งด้วยภาพเขียนสีเฟรสโก้ Fresco แบบ Byzantine ที่กล่าวถึงประวัติของพระเยซูและชีวประวัติของ St. Gregory the Luminator เป็นนักบุญแห่งโบสถ์อาร์มาเนียน เกิดในปี 257 และเสียชีวิตในปี 331 เป็นคนที่เปลี่ยนจากการนับถือเทพเจ้ามานับถือศาสนาคริสต์ และเป็นผู้นำของศาสนาคริสต์แห่งอาร์มาเนียน และเป็นชาติแรกที่ประกาศตัวว่าคริสต์ศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติในปี ค.ศ. 301 

ชม King Gagik’s Church of St. Gregory เป็นโบสถ์ทรงกลม มีแท่นบูชา 4 แท่น ก่อสร้างระหว่างปี 1001-1005 โดยกษัตริย์ Gagik ให้ Trdat เป็นคนออกแบบ พระองค์ต้องการสร้างให้เหมือนกับวิหารแห่ง Zvartnots ที่ Vagharshapat Trdat จึงใช้แบบและขนาดเดียวกันกับ Zvartnots  โบสถ์เป็นคริสตศาสนสถาน แต่ภายหลังถูกกองทัพของเซลจุกเข้ายึดครองแล้วเปลี่ยนจากโบสถ์มาเป็นสุเหร่าในเวลาต่อมา
    บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
 บ่าย   อิสระเดินเล่นชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของเมืองคาร์ส ชาวเมืองคาร์สมีอุปนิสัยที่น่ารัก และชื่นชอบการถ่ายภาพเป็นอย่างมาก แตกต่างกับชาวมุสลิมในกลุ่มตะวันออกกลางอีกหลายประเทศ ได้เวลาพอสมควรนำท่านเดินทางสู่สนามบินเมืองคาร์ส 
 1755   เดินทางสู่ กรุงอิสตันบูล โดยสายการบิน เตอร์กิช แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK2715
 2015   เดินทางถึงสนามบิน กรุงอิสตันบูล เพื่อเปลี่ยนเที่ยวบินกลับสู่กรุงเทพฯ
     
     
 
 
  วันที่สิบ      กรุงอิสตันบูล-กรุงเทพมหานคร
0400   เดินทางสู่ กรุงเทพมหานคร โดยสายการบิน เตอร์กิช แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK68
1415   เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ
     
 
รายละเอียดและเงื่อนไขการจองทัวร์ กรุณา Download เพื่อความชัดเจน
 
 
ทัวร์ตุรกี 
 
ตุรกีตะวันออก 10 วัน

ราคาท่านละ 89,900 บาท
 

คุยกันเรื่องตุรกี

 คลิ๊ก!!...แสดงความคิดเห็น สอบถามรายการทัวร์ คุยกันเรื่องตุรกีกับ Web Master
 
 

 




Turkey

บัคลาวา - ขนมหวานหัวแหวนแห่งตุรกี
ตุรกี 1 วัน .... One Day in Istanbul
ตุรกีตะวันออก .... บทหนึ่งในตุรกี
ทัวร์ตุรกี 8D6N High light
ทัวร์ตุรกี -ทรอย 8 days
ตุรกีตะวันออก 7 วัน
ทัวร์ตุรกี ไฮไลท์ 8 วัน
ตุรกี - Balloon ที่... Cappadocia
ตุรกี-ชมเมือง
ตุรกี Blue Mosque
ตุรกี รายทาง .... Along the way
Ani เมืองโบราณเอนิ-Kars ตุรกีตะวันออก
ตุรกี ทิวลิป Riveira 10วัน
Noah's Ark .... เรือของโนอาห์ ที่ อะรารัต
ประวัติตุรกี
ตลาดทองแดง ที่ กาเซนเท็พ Gaziantep
พิพิธภัณฑ์โมเสค - ตุรกี Ganzaintep กาเซนเท็พ
ตุรกี-Blue Mosque