ReadyPlanet.com
bulletHome
dot
About us
dot
bulletContact us
bulletAbout us
bulletGuest Room
dot
Newsletter

dot
dot
Package start from 1or2 pax
dot
bulletAngkor wat
bulletหลวงพระบาง
bulletMyanmar
bulletฮานอย-ฮาลอง
bulletJumpasak - Wat Pu
bulletฮ่องกง
dot
The gallery
dot
bulletApsara & Bayon
bulletAngkor Wat shadow
bulletBeng Mealea...in green
bulletBanteay Chamar
bulletMrauk - U [1]
dot
Photo tell
dot
bulletภูฏาน - ลมหายใจแห่งศรัทธา
bulletล่องแม่น้ำโขง
bulletทุ่งไหหิน
bulletจาก ปากเซ ถึง...กระแจะห์
bulletอินเล...เมืองน้ำในนิทาน
bulletinle ... The utopia
bulletดาลัท เมืองดอกไม้-เวียดนาม
bulletWat Pu ...in green
bulletMae Hong Sorn
bulletWat Pu - Jumpasak
bulletNan - Luangphabang
bulletAngkor Wat
bulletHochimin - Dalat
bulletI-San
bulletเที่ยวเนปาล
bulletเที่ยวนิวซีแลนด์
dot
เล่าสู่กันฟัง
dot
bulletอ่านก่อน เที่ยวอียิปต์
bulletปิรามิด - สฟิงซ์ แห่งกีซ่า
bulletอียิปต์...วิหารลักซอร์
bulletอ่านอะไรดีก่อนไปเที่ยวนครวัด
bulletชมเพลิน.. อัปสรา
bulletพม่า..เที่ยวทะเลสาบอินเล
bulletอินเล...เมืองน้ำในนิทาน
bulletไปจ่ายตลาด...ที่ อินเล
bulletแสงเหงาที่... เทียนมู่
bulletเขิลกับขำ..ที่ สะหวันเขต
bulletเที่ยวตุรกี
bulletNagano-Apples
dot
Travel Usefulness
dot
bulletExchange Rates
bulletWeather forecast
bulletDictionary
bulletInternational Phone Code
dot
Related Information
dot
bulletเที่ยวหลวงพระบาง
bulletCambodia Temple site
bulletSambor Prei Kuk
bulletKoh Ker
bulletMrauk-U
bulletBanteay Chamar
dot
Link
dot
bulletรายการทัวร์ต่างประเทศ
bulletเที่ยวเมืองไทย
bulletนครวัด


www.thailandmgg.com
 
Booking.com
 
จองโรงแรม Agoda
 

 

hotel deals in luang prabang


All about Angkor
Magzine online


เล่าเรื่อง ซอง[Dzong] ในภูฏาน article
 
 

เล่าเรื่อง ซอง[Dzong] ในภูฏาน

ในรายการท่องเที่ยวประเทศภูฏาน ล้วนเต็มไปด้วยการเที่ยวชม Dzong  วันหนึ่งเที่ยว 2-3 แห่ง จนงงงวย เลยต้องขอเล่าเรื่อง ขยายความเรื่องซอง [Dzong] พอสรุปให้เข้าใจเพื่อการท่องเที่ยวภูฏาน จะเปี่ยมอรรถรสยิ่ง

Dzongkha หรือ Dzong กำหนดคำออกเสียงเป็นภาษาไทย ให้ชัดเจนคงลำบาก อาจเป็น ซ่ง ซอง หรือ ซ็อง
. . . . . . แต่ในที่นี้ขอเรียก ซอง . . .


ซอง เริ่มต้นสร้าง วัตถุประสงค์หลักเพื่อป้องกันเมือง เป็นป้อมปราการป้องกันศัตรู ในทำเลบนภูเขาสูงที่มองทัศนียภาพได้ไกลๆ ซึ่งศัตรูสำคัญ ก็คือชาติธิเบตอันเป็น ต้นรากเหง้าของความเป็นภูฏาน ซอง[Dzong]เป็นศูนย์รวมอำนาจของผู้ปกครองในยุคแรกๆ ใช้เป็นที่บัญชาการทั้งยามสงคราม และปกครองยามสงบ เป็นที่อยู่อาศัย เป็นศูนย์รวมกิจกรรมของชาวบ้าน ไปพร้อมกันเสร็จสรรพ ซองในยุคแรกสร้างราวศตวรรษที่ 12 ตั้งแต่ภูฎานยังไม่มีชาติ เป็นหนึ่งเดียว ต่อมาวัตถุประสงค์ของซ็องก็ปรับเปลี่ยน ไปมากขึ้น คือ อาจสร้างเป็นวัง เป็นวัด เป็นที่บริหารราชการแผ่นดิน หรือเป็นทุกอย่างรวมกันในซองเดียว

ซอง[Dzong]อันยิ่งใหญ่และสำคัญหลายซอง ที่เป็นที่รู้จักดีของชาวภูฎานและชาวโลก เริ่มสร้างในสมัยของผู้สถาปนาชาติภูฏาน คือ ซับดรุง นาวาง นัมเกล [Zhabdrung Ngawang Namgyel] ในศตวรรษที่ 17 เพื่อเป็นศูนย์กลางบริหารเมืองในเขตต่างๆ

สถาปัตยกรรมและศิปกรรมของซองได้รับอิทธิพล จากจีนอินเดียและธิเบต โดยนำมาปรับให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของภูฏาน

โครงสร้างสำคัญของ ซอง[Dzong] ประกอบไปด้วยหินแข็งแรง อิฐและดิน สร้างเป็นรากฐาน กำแพง และผนัง ทาสีขาวสะดุดตา ภายในเป็นลานกว้างปูด้วยหิน ใช้ไม้เป็นโครงคร่าว และส่วนประกอบสำคัญอื่นๆ อันต่อเป็นอาคารห้องหับ โดดเด่นที่ขอบวงกบ ประตุ หน้าต่าง  เป็นร้อย พันบานที่บรรจงเขียนลาย ด้วยสีสวยสดใสแต่อ่อนหวาน เป็นโทนสีตะกูลพาสเทล (มีการเจือสีขาว ตัดความฉูดฉาด ไม่ใช้สีแท้ สีโดด) พื้นอาคารปูด้วยแผ่นไม้สน ชิ้นกว้างและใหญ่

Dzong เป็นสถานที่สำคัญสูงสุด การเข้าสู่ซอง จึงต้องให้เกียรติสถานที่เป็นอย่างสูง ชาวภูฎานต้องแต่งกายชุดประจำชาติ (ซึ่งแต่งอยู่เป็นปกติในชีวิตประจำวัน) แต่ต้องแต่งให้ครบเครื่องเต็มยศ โดยผู้ชายต้องคล้องผ้ากับเนะ ผู้หญิงพาดผ้าราชู สำหรับนักท่องเที่ยวต้องแต่งกายรัดกุมสำรวม ใส่กางเกงขายาวหรือกระโปรงยาวคลุมเข่า ไม่ใส่กางเกงสั้น เสื้อแขนกุดหรือเปิดเผยร่างกายเกินไป ต้องไม่มีสิ่งใดคลุมศีรษะ เช่น ใส่หมวก กางร่ม หรือผ้าคลุมศีรษะ

และเพื่อทำความรู้จักกับ ซ็องสำคัญในรายการท่องเที่ยวภูฏาน จึงขอหยิบยก
ซ็องสำคัญบางแห่ง มาบอกเล่าเรื่องราว แนะนำกันพอสังเขป ดังนี้

     พาโร ซ็อง (Paro Rinchen Pong Dzong)

พาโร ซ็อง โด่ดเด่นเป็นสง่าในหุบเขาพาโร มองเห็นเป็นภาพงาม ด้วยองค์ประกอบ
ของภูเขาและสายน้ำพาโร ชู [Paro Chhu] เป็นสถาปัตยกรรมแสดงความเป็นภูฏาน
ที่มองเห็นเด่นชัดบนเครื่องบินก่อนร่อนลงสู่สนามบินเมืองพาโร สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1645
โดยท่านซับดรุง นาวาง นัมเกล [Zhabdrung Ngawang Namgyel] เพื่อเป็นศูนย์กลางบริหารราชการแผ่นดิน ของเขตปกครองเมืองพาโร มีวัดเป็นส่วนหนึ่งของซ็อง

Rinpung Dzong เป็นอีกชื่อหนึ่งที่เป็นที่รู้จักของ พาโร ซอง นับเป็นซองที่เก่าแก่
ในยุคแรกของการเป็นชาติภูฏาน ชื่อเสียงของพาโร ซ็อง ถูกเผยแพร่สู่สายตาชาวโลก
ผ่านความงามของ ฉากภาพยนต์ฮอลลีวู๊ด เรื่อง Little Buddha ภาพยนต์อมตะตลอดกาล
ที่ถ่ายทอดประวัติพระพุทธเจ้า ศาสดาแห่งพุทธที่โลกยกย่องนำแสดงโดย คีนู รีฟ
[Keanu Reeves] โดยใช้สะพานไม้ ข้ามแม่น้ำพาชู เข้าสู่ตัวซ็องเป็นฉาก

ปัจจุบันพาโรซ็องยังคงทำหน้าที่เป็นสถานที่สำหรับส่วนบริหารเมืองพาโร
และส่วนทีเป็นวัดยังมีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่เช่นเดิม
ทุกปี ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ลานกว้างของ Dzong จะใช้เป็นที
จัดงานประเพณีพาโร เทชู ที่ยิ่งใหญ่ มีการแสดง
ระบำหน้ากาก ราวเดือนมีนาคม)

 

Paro Dzong พาโร ซ็อง ภูฏาน

 

สะพานไม้โบราณ แห่งพาโร ซอง

สะพานไม้โบราณแห่งนี้เป็นฉากหนึ่งใน ภาพยนต์อมตะ Little Buddha สังเกตุพื้นสะพานยังเป็นไม้ดั้งเดิมแผ่นหนาใหญ่ และยังใช้งานได้ดีในปัจจุบัน

Paro Dzong พาโร ซ็อง ภูฏาน

ภาพจากมุมสูง บนถนนที่ไต่ความชันเลาะชายเขา ใกล้สนามบินพาโร จะมองเห็นพาโร ซอง งดงามเด่นชัด

 

วังดี โปรดัง ซอง (Wangdue Phodrang Dzong)

"ซองที่เมืองวังดีโพดรางอันทำให้คณะเราต้องตะลึง
ดั่งเผชิญหน้ากับป้อมปราการแห่งมหาอาณาจักรที่
น่าเกรงขามเพราะวังดีโพดราง เป็นป้อมปราการเป็นวัด
และศาลาว่าการเมืองที่โดดเด่นอยู่บนหน้าผาสูง
ณ จุดบรรจบของลำน้ำพูนาซังและลำน้ำดังเ
ป็นชัยภูมิเมืองอันเป็นมงคล ต้องตำรา
ข้างหลังประชิดเขา ข้างหน้าแนบเนาน้ำ "

ข้อความตอนหนึ่งของ คุณธีรภาพ โลหิตกุล ในบทความ "เรื่องเล่าจากภูฏาน วิมานมังกรสันติ "
ซึ่งเขียนไว้ในหนังสือ"เลียบริมหิมพานต์ ภูฏาน เนปาล" บรรยายภาพของ วังดีโปรดรัง ซอง  
ได้อย่างชัดเจนตรงความรู้สึกเป็นอย่างยิ่ง

วังดีโปรดรัง ซอง (Wangdue Phodrang Dzong) ตั้งอยู่ที่เมืองวังดี โปรดรัง (Wangdue
  Phodrang) ห่างจากเมืองภูนาคา(Punakha) อดีตราชธานีของภูฎาน มาทางทิศใต้ประมาณ 
 13 ก.ม. ทันทีที่รถเลาะเลียบแม่น้ำพ้นโค้งก่อนข้ามสะพานป้อมเข้าสูย่านเมืองเก่าวังดี ภาพ
        ของซองจะปรากฎทมึนอยู่ เบื้องหน้าบนหน้าผาสูง สร้างความเกรงขาม ส่งรังสีสง่างามของซองนี้

    ซับดรุง นาวาง นัมเกล[Zhabdrung Ngawang Namgyel] บัญชาให้สร้างซองนี้ เมื่อปีค.ศ.1638 
     เพื่อเป็นศูนย์กลางการปกครองเมือง ในทำเลที่เหมาะสมในการป้องกันการรุกรานจากศัตรู ได้เป็น
อย่างดี กลไกในการป้องกันตัวเองนอกจากการสร้างป้อมที่ใหญ่โตแข็งแรงแล้ว ยังใช้กลไก
       ธรรมชาติอื่นๆเป็นส่วนประกอบมากมาย โดยเฉพาะที่มองเห็นชัดด้วยสายตา คือดงกระบองเพชร
ที่ขึ้นอยู่หนาแน่น ตามริมทางและกำแพงดิน ตลอดแนวของ ถนน
ที่ไต่ละหน้าผาขึ้นสู่ป้อมบนเขาสูง

 

 

 

วังดีโปรดราง ซอง ภูฏาน Wangdue Prodrang Dzong , Bhutan

วังดี โปรดัง ซอง , Wangdue Phodrang Dzong

วังดี โปรดัง ซอง , Wangdue Phodrang Dzong

วังดี โปรดัง ซอง , Wangdue Phodrang Dzong

มุมมองจากบนเขา บริเวณด้านหน้า วังดี
โปรดรัง ซอง (Wangdue Phodrang Dzong)

ก้อนหินสลักมนตรา วางอยู่บนแท่นบริเวณประตูเข้า ซอง

กระบองเพชร ปราการธรรมชาติ ที่ปลูกอยู่มากมายในเมือง วังดีโปรดัง โดยเฉพาะตลอดทางเขาขึ้นสู่ซอง

วังดีโปรดราง ซอง ภูฏาน Wangdue Prodrang Dzong , Bhutan

   
               ปูนาคา ซอง (Punakha Dzong)
                "ดูเหมือนว่ามหาปราการ  ที่มีสง่าราศรีที่สุดในภูฏาน จะเป็น
              ปุนทัง เดเซ็น โพดรัง ซ่ง ที่ปูนาคา (หมายถึงพระราชวังแห่งความสุขอันยิ่งใหญ่) "

ข้อความแสดงทัศนะของ สมเด็จพระราชินี แห่งราชอาณาจักรภูฏาน (ในกษัตริย์ จิกมี ซิงเก วังชุก พระราชบิดาของ กษัตริย์องค์ปัจจุบัน จิกมี เคซาร์ นัมเกล วังชุก) ต่อซองในภูฏาน ที่ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ ในหนังสือ A Portrait of Bhutan Treasures of The thunder Dragon น่าจะเป็นการยืนยันว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ หลังจากที่ได้ไปเยือน ไปชม

ปุนทัง เดเซ็น โพดรัง ซ่ง (Pungtang Dechen Photrang Dzong) เป็นชื่อหนึ่งของปูนาคา ซอง [Punakha Dzong] ตั้งอยู่ที่เมืองปูนาคา ห่างจากเมืองทิมพู ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ 72 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางบนเส้นทางเขาที่คดโค้ง ราว 3 ช.ม. 

ซับดรุง งาวัง นัมเกล สร้างซองนี้เมื่อปี ค.ศ 1637 เมืองภูนาคาเคยเป็นเมืองหลวงของภูฏาน เป็นเวลายาวนาน (เป็นเมืองหลวง มาจนถึง ค.ศ 1955 เมืองหลวงของภูฎานจึงย้ายมาที่ เมืองพิมพู) ภูนาคาซอง จึงมิใช่เป็นศูนย์กลางบริหารราชการแผ่นดินระดับเมืองหรือเขตปกครอง  แต่เป็นศูนย์กลางของการบริหารประเทศ

 

Punakha Dzong ตั้งอยู่ในผืนดินรูปสามเหลี่ยม เป็นจุดบรรจบของแม่น้ำ2สาย คือ แม่น้ำโพชู [Pho Chhu River] และแม่น้ำโมชู [Mo Chhu River]หรือแม่น้ำสายพ่อและแม่มารวมกัน เหมือนเป็นความหมายของการก่อเกิดซองนี้มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์และการก่อเกิดของภูฏาน หลายประการ

ท่านซับดรุง งาวัง นัมเกล ได้วางรากฐานการปกครองโดยใช้ภูนาคาซองเป็นศูนย์กลาง ท่านสวรรคตที่นี่ โดยเรื่องราวการ สวรรคต เป็นอีกเรื่องในประวัติศาสตร์ภูฏาน ที่จะได้รับการถ่ายทอดเล่าให้ฟัง จากไกด์ผู้นำที่ยวได้อย่างมีอรรถรส ประชาชนทั่วไปจะไม่ทราบว่าท่านสวรรคต จนเวลาล่วงเลยมาถึง 40 ปี ด้วยกุศโลบายเพื่อความมั่นคงของประเทศ ปัจจุบันร่างของท่านได้ถูกอาบยาและถูกเก็บไว้ที่ซองนี้

เรื่องราวเปลี่ยนผ่านมาจนถึงการก่อตั้งราชวงศ์ของภูฏาน ซองนี้ก็เป็นสถานที่สถาปนาปฐมกษัตริย์แห่งภูฎาน คือ ท่านอูเก็น วังชุก [Ugyen Wangchuck]

พระมหากษัตริย์และเจเค็ม (ตำแหน่งผู้นำทางศาสนา คล้ายกับพระสังฆราช) ทุกพระองค์ ก่อนจะเข้าสู่ตำแหน่งต้องมา สวดมนต์ บูชาและคารวะ ท่านซับดรุง งาวัง นัมเกล ที่นี่

กษัตริย์องค์ที่ 4 จิกมี ซิงเก วังชุก และพระราชินีทั้ง 4 พระองค์ ได้ผ่านพิธีบรมราชาภิเษกที่นี่ รวมทั้งการประชุมสภามนตรี (เปรียบเหมือนการประชุมคณะรัฐมนตรี ในระบอบประชาธิปไตย) ครั้งแรก ก็เปิดประชุมที่นี่

เกี่ยวเนื่องกับทางศาสนา ที่นี่ก็เป็นที่ประดิษฐานของ รังจุง คัรวาปานี (รูปปั้นของพระอวโลกิเตศวร) ซึ่งมีพระธาตุสำคัญอันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของภูฏาน บรรจุอยู่ ซึ่งจะเกี่ยวเนื่องกับเทศกาลดมเช อันเป็นเทศกาลใหญ่เฉลิมฉลองระดับประเทศ ราวเดือนกุมภาพันธ์ ระลึกถึงการรวมชาติและชัยชนะเหนือธิเบต ในการแย่งชิงพระธาตุศักสิทธิ์ ด้วยกุศโลบาย ที่นี่เป็นยังประทับของเจเค็มในฤดูหนาว เพราะมีสภาพอากาศไม่หนาวจัดเหมือนที่ทิมพู

หลากหลายมากมาย จารนัยกันได้ยาวเป็นหางว่าว สำหรับเรื่องราวและความสำคัญ ของภูนาคาซองจึงไม่แปลกว่าที่นี่จะใหญ่โต สวยงาม โอ่อ่าเป็นสง่า สมคำร่ำลือ

Punakha Dzong ในวันนี้ดูใหม่และสีสดใส ผิดกับซองอื่นๆที่สร้างในยุคสมัยเดียวกัน ทั้งนี้เป็นผลเนื่องมาจาการบูรณะครั้งใหญ่ จากภัยธรรมชาติ ที่ทำความเสียหายมากมายให้กับซอง ที่นี่เคยถูกไฟไหม้ 6 ครั้ง ประสบภัยแผ่นดินไหว 1 ครั้ง และถูกน้ำท่วมครั้งใหญ่ 1 ครั้ง

ค.ศ. 1897 เสียหายจากแผ่นดินไหว

ค.ศ.1985 เกิดอัคคีภัยครั้งใหญ่ที่สุด สร้างความเสียหายมากมายที่สุด

ค.ศ. 1994 ประสบกับภัยน้ำท่วมรุนแรง จากวิกฤติโลกร้อน ละลายน้ำแข็งจากภูเขาหิมาลัยลงมา เป็นกระแสน้ำเชี่ยวกราด ทำความเสียหายและคร่าชีวิตคนไปถึง 23 ชีวิต

ภูนาคา ซอง ได้รับการปรับปรุงบูรณะครั้งใหญ่ นับตั้งแต่เหตุอัคคีภัยในปี ค.ศ.1985 เรื่อยมาจนเป็นภาพสวยงามดังปัจจุบัน ได้มีการสมโภชน์ใหญ่ เมื่อ วันที่ 15 มีนาคม ค.ศ. 2003 อันเนื่องมาจากการปรับปรุงซองนี้ ต้องอาสัยภูมิความรู้และระดมช่างศิลป์ ผู้เชี่ยวชาญชำนาญจากหลายสาขา จึงเกิดการผลักดันให้มีการฟื้นฟูศิลปะแบบภูฏาน 13 ประเภท อันเรียกรวมว่า โซริ ซูซุม[Zorig Chusum] ขึ้น

ภูนาคา ซอง มีลานกว้างถึง 3 ส่วน ใหญ่โตตามความสำคัญของซอง ซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยในพิธีสำคัญมากมาย รวมทั้งมีวัด มีวิหารอยู่ในซอง ส่วนหน้าของซองเป็นส่วนของฝ่ายบริหารปกครอง ส่วนที่สองเป็นสถานที่สำหรับสงฆ์ ส่วนที่สามส่วนในสุด จะเป็นสถาปัตยกรรมเพชรน้ำหนึ่งของภูฏาน เป็นส่วนของคูเร (Kunrey ศาลาการเปรียญ) กุฎิของ เจเค็ม (ผู้นำทางศาสนา)และพระอุโบสถ

ปูนาคาซอง ภูฏาน

ลวดลายการเขียนสี จะปรากฎอยุ่เกือบจะทุกส่วนของส่วนประกอบที่เป็นไม้ ไม่ว่าจะเป็น ประตู หน้าต่าง เสา เพดาน และตัวอาคาร เหมือนกับว่า จะไม่มีช่องว่างใดๆ ให้เหลืออยู่เปล่าๆ

สะพานไม้ ปูนาคาซอง ข้ามแม่น้ำโม

สะพานข้ามแม่น้ำ โมชู เข้าสู่ซอง เป็นแหล่งชุมนุมพบปะกันของผู้คน รวมถึงการนัดพบพูดจา เป็นประเพณีกันมาช้านาน โดยเฉพาะช่วงเทศกาลที่นี่จะยิ่งคราคร่ำไปด้วยผู้คน

ทาชิโชซอง ตาซิโชซอง ทิมพูซอง Tashicho Dzong ภูฏาน
   
                                           ทาชิโชซอง (Tashicho Dzong)

หรือทิมพูซอง เป็นเหมือนหัวใจในการบริหารประเทศภูฎาน ในยุคปัจจุบันเป็นศูนย์รวมของกิจการบริหารแผ่นดิน และศาสนา เป็นที่ทรงงานของพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบัน(ท่าน จิกมี เคซาร์ นัมเกล วังชุก) รวมทั้งที่ประทับของพระองค์ก็อยู่ในอาณาบริเวณใกล้เคียงกัน

ในช่วงฤดูร้อน องค์เจเค็ม ประมุขทางศาสนาก็ทรงประทับอยู่ที่อารามในซองนี้ รัฐสภาในระบบการปกครองแบบประชาธิปไตยใหม่หมาดของภูฏาน ก็อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน

อาจเป็นเหตุคล้องจองกันที่ความทันสมัย เชื่อมโยงกับโลกภายนอก เป็นปฐมจากพระมหากษัตริย์รัชการที่สามแห่งราชวงศ์ภูฏาน (ท่าน จิกมี โดร์จี วังชุก) บิดาแห่งภูฏานยุคใหม่ทรงย้ายราชธานีจากเมืองปูนาคา มายังเมืองทิมพู แล้วโปรดให้บูรณะต่อเติมทาชิโชซอง ซึ่งสร้างมาช้านาน ตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 ผ่านร้อนผ่านหนาวมาจนถูกไฟไหม้เสียหาย ทิ้งร้างมาร่วม 100 ปี ให้เป็นศูนย์กลางบริหารบ้านเมือง ดูโดดเด่นเป็นสง่าราศรีแก่เมือง

 

 

กงล้อมนต์ ที่ทาชิโชซอง  หรือทิมพูซอง ภูฏาน

กงล้อมนต์ ที่ทาชิโชซอง  หรือทิมพูซอง ภูฏาน

pray wheel ที่ทาชิโชซอง  หรือทิมพูซอง ภูฏาน

tashiso dong ทาชิโซ ซอง ภูฏาน

หฤทัย บุญวงศ์โสภณ เรียบเรียงความ และ Art work

หนังสือที่มาของแหล่งข้อมูล

1."ภาพสวรรค์ภูฏาน สมบัติล้ำค่าแห่งแดนมังกรสายฟ้า"
แปลจาก "A Portrait Of Bhutan Treasures Of The Thunder Dragon "
พระราชินิพนธ์ใน สมเด็จพระบรมราชนีแห่งราชอาณาจักรภูฎาน
Ashi Dorji Wangmo Wangchuck
แปลโดย รองศาสตราจารย์ ดร. อมร แสงมณี

2. "ภูฏาน มนต์เสน่ห์ ในอ้อมกอดหิมาลัย" โดย พิสมัย จันทวิมล

3. เลียบริมหิมพานต์ เนปาล-ภูฏาน" บรรณาธิการคัดสรร โดย ธีรภาพ โลหิตกุล

 

 



Bhutan

ภูกาน เพคเกจทัวร์ภูฏาน 5D4N article
ภูกาน แพคเกจทัวร์ภูฏาน 4D3N article
ภูฏาน จิตวิญญาณและ ศรัทธา
ภูฏาน ชีวิต ศรัทธา และสามัญ
Bhutan Life pic-ภาพขีวิต ในภูฏาน article
ภูฏาน - เครื่องแต่งกายชาวภูฏาน
ภูฏาน-ประเทศ article



[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (139014)
เยี่ยมยอด
ผู้แสดงความคิดเห็น ริน จ้า วันที่ตอบ 2012-04-30 10:38:58 IP : 125.27.120.241



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล *
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล