ReadyPlanet.com
bulletHome
dot
About us
dot
bulletContact us
bulletAbout us
bulletGuest Room
dot
Newsletter

dot
dot
Package start from 1or2 pax
dot
bulletAngkor wat
bulletหลวงพระบาง
bulletMyanmar
bulletฮานอย-ฮาลอง
bulletJumpasak - Wat Pu
bulletฮ่องกง
dot
The gallery
dot
bulletApsara & Bayon
bulletAngkor Wat shadow
bulletBeng Mealea...in green
bulletBanteay Chamar
bulletMrauk - U [1]
dot
Photo tell
dot
bulletภูฏาน - ลมหายใจแห่งศรัทธา
bulletล่องแม่น้ำโขง
bulletทุ่งไหหิน
bulletจาก ปากเซ ถึง...กระแจะห์
bulletอินเล...เมืองน้ำในนิทาน
bulletinle ... The utopia
bulletดาลัท เมืองดอกไม้-เวียดนาม
bulletWat Pu ...in green
bulletMae Hong Sorn
bulletWat Pu - Jumpasak
bulletNan - Luangphabang
bulletAngkor Wat
bulletHochimin - Dalat
bulletI-San
bulletเที่ยวเนปาล
bulletเที่ยวนิวซีแลนด์
dot
เล่าสู่กันฟัง
dot
bulletอ่านก่อน เที่ยวอียิปต์
bulletปิรามิด - สฟิงซ์ แห่งกีซ่า
bulletอียิปต์...วิหารลักซอร์
bulletอ่านอะไรดีก่อนไปเที่ยวนครวัด
bulletชมเพลิน.. อัปสรา
bulletพม่า..เที่ยวทะเลสาบอินเล
bulletอินเล...เมืองน้ำในนิทาน
bulletไปจ่ายตลาด...ที่ อินเล
bulletแสงเหงาที่... เทียนมู่
bulletเขิลกับขำ..ที่ สะหวันเขต
bulletเที่ยวตุรกี
bulletNagano-Apples
dot
Travel Usefulness
dot
bulletExchange Rates
bulletWeather forecast
bulletDictionary
bulletInternational Phone Code
dot
Related Information
dot
bulletเที่ยวหลวงพระบาง
bulletCambodia Temple site
bulletSambor Prei Kuk
bulletKoh Ker
bulletMrauk-U
bulletBanteay Chamar
dot
Link
dot
bulletรายการทัวร์ต่างประเทศ
bulletเที่ยวเมืองไทย
bulletนครวัด


www.thailandmgg.com
 
Booking.com
 
จองโรงแรม Agoda
 

 

hotel deals in luang prabang


All about Angkor
Magzine online


Morocco 10 Days-EY

 

 โมร็อคโค 10 วัน 7 คืน สัมผัสดินแดนฟ้าจรดทราย........ทะเลทราย ซาฮาร่า ประสบการณ์การเดินทางบนเส้นทางที่สวยงามในดินแดนอันน่าค้นหา   .....สีสันทัวร์  086-3966729 หรือ ID LINE:seeson123
 

โมร็อคโค 10 วัน 7 คืน โดยสายการบินอิทิฮัด

 
สัมผัสดินแดนฟ้าจรดทราย........ทะเลทราย ซาฮาร่า
ประสบการณ์การเดินทางบนเส้นทางที่สวยงามในดินแดนอันน่าค้นหา
โมร็อตโค Dpwnload
กำหนดการเดินทาง
                 03 -12 ธ.ค. 2560... ราคา 69,900
          24 ธ.ค. - 2 ม.ค. 2561... ราคา 69,900
****จุดเด่นของรายการทัวร์โมร็อคโค รายการนี้*****
 
 
 
• บินเข้า-ออก คาซาบลังก้า โดยสายการบิน Etihad Airways-EY สายการบินระดับ 5 ดาว
• เส้นทางท่องที่ยวเป็นวงกลม เที่ยวครบเมืองสวย ชมธรรมชาติอันหลากหลาย ไม่วนรถไปมา
• ชมเมืองสีขาว “เมืองราบัด” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองหลวงแห่งโมรอคโค
• สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งโมร็อคโคที่ บ้านเรือนที่ทาทาบด้วยสีฟ้า “ เชฟ ชาอูน “
• ตื่นตากับเมืองเฟส เมืองหลวงเก่าในศ.ต. ที่ 8 ที่ได้ชื่อว่ามีองที่มีตรอกมากที่สุดในโลกถึง 9,400 ตรอก
แทนเจียร์ (Tangier) เป็นเมืองริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอเรเนียน อยู่ทางตอนใต้ของ “ช่องแคบยิบรอลตาร์”
มาราเกช (Marakesh) Pink City หรือ เมืองสีชมพู ที่มีจตุรัสอันเป็นกลิ่นอายอาหรับในสมัยโบราณที่ยังคงอยู่
• รับประทานอาหารค่ำพร้อมชมโชว์ ศิลปวัฒนธรรม ของนักรบหลังม้าชาวเบอร์เบอร์ ที่ เชส อาลี แฟนตาเซียโชว์
• นั่งรถ 4 WD และ ขี่อูฐชมเพื่อไปชมพระอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้า ที่เมอร์ซูก้า Merzouga ในทะเลทรายซาฮาร่า
• พักโรงแรมมาตรฐาน ส่วนใหญ่ 5 ดาว / 4 ดาว มี WIFI ฟรี ทุกโรงแรม
• บริการท่านด้วยรถโค้ชที่ทันสมัย มีสัญญาณ WIFI
 
 
ทัวร์โมร็อคโค Moroc Morocco
รายละเอียดกำหนดการบินในรายการทัวร์

  Day1  Bangkok - Abu Dhabi  20.10- 00.10   Etihad Airways เที่ยวบิน EY 401 (เวลาบิน 7 ช.ม)


  Day2 Abu Dhabi - Casablanca 02.30 – 07.40 Etihad Airways เที่ยวบินที่ EY 613
(เวลาบิน 9.10 ช.ม)


  Day9  Casablanca - Abu Dhabi 10.35 – 22.10 Etihad Airways เที่ยวบินที่ EY 612
(เวลาบิน 7.35 ช.ม

           Abu Dhabi – Bangkok   23.50 – 09.05 Etihad Airways เที่ยวบินที่ EY 406 (เวลาบิน 6.10 ช.ม)

 
 
โมร็อตโค Dpwnload
 
086-3966729 หรือ ID LINE:seeson123....  FB Page Moroc โมร็อคโค
 
วันแรก	         	กรุงเทพฯ -อาบูดาบี้ 17.00 น. 	พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาท์เตอร์ สายการบิน อิทิฮัดแอร์เวย์ส Etihad Airways เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการเช็คอิน 20.35น.     	เดินทางสู่อาบูดาบี้(Abu Dhabi) โดยเที่ยวบินที่  EY 401  (BKK AUH  20.35 – 00.10 เวลาบิน 7  ช.ม) เชิญเพลิดเพลินกับจอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่ง พร้อมบริการอาหารและเครื่องดื่ม  วันที่สอง	         อาบูดาบี้– คาซาบลังก้า – ราบัต	 02.30 น.   	เปลี่ยนเครื่องบินเดินทางสู่คาซาบลังก้า เที่ยวบิน EY 613  AUH CMN  02.30 – 07.40 (9.10  ช.ม)  		(รวมเวลาบิน และเปลี่ยนเครื่อง 18.30 ชม.) 07.40 น.	เดินทางถึง คาซาบลังก้า (Casablanca) ประเทศโมรอคโค (เวลาช้ากว่าประเทศไทย 7 ช.ม.) ที่คนทั่วโลกรู้จัก และอาจรู้จักมากกว่า 'ราชอาณาจักรโมรอคโค'  เพราะเป็นฉากในภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดเรื่อง Casablanca (โดยที่ไม่ได้ถ่ายทำในคาซาบลังก้าเลย) เป็นเรื่องราวความรักระหว่างนายทหารอเมริกันและหญิงคนรัก ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2  ปัจจุบันเป็นเมืองเศรษฐกิจหลักของโมรอคโค ชมบรรยากาศ ริมมหาสมุทรแอตแลนติค ซึ่งเต็มไปด้วย ร้านอาหาร ร้านกาแฟ   ผ่านชมชุมชนบ้านเศรษฐี นักธุรกิจ จากทุกมุมโลก ผู้ซึ่งหลงใหลมนต์เสน่ห์เมืองคาซาบลังก้า  ชมภายนอกสุเหร่าแห่งกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 อันใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเมืองเมกกะ สร้างด้วยสถาปัตยกรรม แบบโมรอคโค ทุกแขนง  ชมเมืองคาซาบลังก้า โบถส์ (The Church of our ladies of Lourdes) ภายในมีภาพกระจกสีสวยงามแสดงเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับศาสนา และจัตุรัสสหประชาชาติ ใจกลางเมืองย่านธุรกิจสำคัญ เที่ยง		บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร บ่าย	          เดินทางสู่เมืองราบัต (ระยะทาง 94 กม. ใช้เวลาเดินทาง                          ประมาณ 1.30 ชม.)เมืองหลวงแห่งราชอาณาจักรมาตั้งแต่                        ปีค.ศ.1956  เป็นที่ตั้งของพระราชวังหลวง และทำเนียบ                        ทูตานุทูต   ชมสุเหร่าหลวง และ พระราชวังหลวง  ชม                       สุสานของกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 พระอัยกาของกษัตริย์                       องค์ปัจจุบันมีทหารยามยืนเฝ้าสง่าทุกประตู เปิดให้คนทุกชาติทุกศาสนาเข้าไปเคารพพระศพที่ฝังอยู่เบื้องล่าง ด้านหน้าของสุสาน คือสุเหร่าฮัสซันที่เริ่มสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 2 แต่ไม่สำเร็จพังลงจนเหลือแต่เพียงเสาไว้ 365 ต้น   ชมป้อมอูดายา (Oudayas Fortress)  ที่สเปนสร้างขึ้นริมมหาสมุทรแอตแลนติก เมื่อคราวยึดครองโมรอคโค ภายในเป็น เมดิน่า หรือชุมชนซึ่งบ้านเรือนทาทาบด้วยสีฟ้า-ขาว ที่สะอาดตา  คล้ายเมืองซานโตรินีในกรีซ มีสวนดอกไม้แบบสเปน รื่นรมย์เดินเล่น ซึมซับบรรยากาศริมทะเล เป็นหนึ่งในป้อมปราการที่สำคัญของโมรอคโค ในอดีตใช้ป้องกันการรุกรานทั้งจากประเทศที่ล่าอาณานิคมและโจรสลัด  จากนั้นเข้าสู่ที่พัก ค่ำ 	 	บริการอาหารค่ำ ในโรงแรมที่พัก *** พักค้างคืนในราบัตโรงแรม Gelden Tulip Farah ระดับ 5 ดาว	   วันที่สาม         ราบัต – แทนเจียร์ – เชฟชาอูน 	    เช้า		อาหารเช้าในโรงแรม-เช็คเอ้าท์ 		เดินทางสู่เมืองแทนเจียร์ (Tangier) เมืองท่าริมชายฝั่งตอนเหนือของประเทศโมร็อกโก  และอยู่ทาง		ใต้ของ “ช่องแคบยิบรอลตาร์ ” เป็นเมืองท่องเที่ยวและสำคัญในประวัติศาสตร์อีกแห่งของโมร็อคโค 		มีทัศนียภาพมีหาดทรายสวยงาม  ผู้คนเป็นมิตร ชมวิวช่องแคบยิบรอลต้า ที่แบ่งระหว่างทวีปยุโรป และ 		แอฟริกา ชม แกรนด์ ซัคโค (Grand Socco) หรือ "บิ๊กสแควร์" จัตุรัสที่รายล้อมไปด้วยเขตเมืองเก่า หรือ		ย่านเมดินา เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดของเมืองแทนเจียร์  เป็นตลาดหลักของเมือง
 เที่ยง		บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร บ่าย		เดินทางสู่นครสีฟ้า  เชฟชาอูน (Chefchaouen)  “ มนต์เสน่ห์แห่งโมร็อกโก “ แม้ว่าโมรอคโคจะเป็น			ประเทศในทวีปแอฟริกา แต่มีอาณาเขตติดต่อกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและมหาสมุทรแอตแลนติก จึงทำ		ให้ภูมิอากาศของประเทศเป็นแบบเมดิเตอร์เรเนียนคล้ายตอนใต้ของอิตาลีและสเปน เมืองเชฟชาอูน 		(Chefchaouen) เป็นเมืองเล็กๆตั้งอยู่ในหุบเขาริฟ (Rif Mountain หรือ Er-Rif) ตั้งมานานกว่า 538 ปี 		เคยอยู่ใต้การปกครองของสเปนมาก่อน ภาษาเสปนจึงยังคงมีการใช้อย่างแพร่หลายในหมู่ประชากรของ		ที่นี่ เชฟชาอูนโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบโมรอคโค สีฟ้าและสีขาว บ้านเรือนเกือบทุกหลังเป็นสีขาว 		และมีครึ่งล่างไปจนถึงบริเวณถนน บันได และทางเดิน เป็นสีฟ้าสดใส  เดิมที่บ้านในเชฟชาอูนเป็นสี			ขาวล้วน ชาวยิวและชาวมุสลิมที่อพยพมาจากสเปนเป็นประชากรดั้งเดิมของเมือง   ชาวมุสลิมมักจะทาสี		เขียวอันเป็นสีสัญลักษ์ของศาสนาอิสลาม ไว้ที่ประตูบ้าน  ต่อมาชาวยิวได้ริเริ่มการทาสีช่วงล่างของบ้าน		ให้เป็นสีฟ้าในช่วงยุค ค.ศ. 1930 จากนั้นเป็นต้นมาทั้งชาวยิวและชาวมุสลิมในเมืองก็ทาบ้านเป็นสีฟ้ามา		ตลอดจนถึงปัจจุบัน  ซึ่งความนิยมทาประตูสีฟ้าก็กระจายอยู่ในหลายๆเมืองในภูมิภาคนี้ อย่างเช่นเมือง 		Sidi Bou Said เมืองทางภาคเหนือของประเทศตูนิเซีย ค่ำ 	 	บริการอาหารค่ำ ในโรงแรมที่พัก  			  **** พักค้างคืนในนครสีฟ้า เชพชาอูนโรงแรม Dar Chefchaouen ระดับ 4 ดาว ****  วันที่สี่	เชฟชาอูน – โวลูบิลิส -เมคเนส– เฟส		  เช้า		อาหารเช้าในโรงแรม-เช็คเอ้าท์ 		เดินทางสู่เมืองเมคเนส (Meknes) (ระยะทาง 195 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ชม.)  แวะชม 		เมืองโบราณโรมันโวลูบิลิส (Roman city of Volubilis) เมืองในจักรวรรดิโรมันในอดีต เมื่อศตวรรษที่ 3 		ล่มสลายในศตวรรษที่ 11 ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1997  ผ่านชมเมืองมูเล่ ไอดริส 		(Moulay Idriss) เมืองโรมันโบราณปัจจุบันเป็นเมืองศูนย์กลางทางศาสนาอันศักดิ์สิทธิของชาวมุสลิมใน		โมรอคโค เปรียบได้กับเมืองเมกกะของประเทศซาอุดิอารเบีย ผ่านถึงเมือง	เมคเนส (Meknes) เมือง		มรดกโลก อดีตเมืองหลวงในสมัยสุลต่าน	มูเล อิสมาอิล (Mouley Ismail)  แห่งราชวงศ์อะลาวิท (Alawite Dynasty)  ตั้งในทำเลแม่น้ำไหลผ่านกลางเมือง  จึงเป็นเมืองศูนย์กลางการผลิตมะกอก ไวน์ และพืชพรรณต่างๆ  มีกำแพงเมืองล้อมรอบเมืองเก่าที่ยาวประมาณ 40 กม.  มีประตูเมืองใหญ่ถึง 7 	ประตู แวะชม ประตูบับมันซู (Bab Mansour Monumental Gate)   ตกแต่งด้วยโมเสคและกระเบื้องสี	เขียวสดบนผนังสีแสดสวยงามจนต้องไม่ผ่านเลย จากนั้นเดินทางสู่เมืองเฟซ  เที่ยง		บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร บ่าย		เดินทางสู่ เมืองเฟส (Fes) (ระยะทาง 82 กม. เดินทางประมาณ 1ชม.) เมืองหลวงเก่าใน ค.ศ.ที่ 8 สัมผัสรรยากาศเมืองโบราณเก่าแก่ที่สุดในบรรดาเมืองหลวงทั้งสี่ เมืองที่ไม่เคยร้างผู้คนมาตลอด 1,200 กว่าปี ชมเมืองชมวิวบนป้อมปราการแห่งราชวงศ์ซาเดียน  ชมประตูพระราชวังหลวงแห่งเฟซ (The Royal Palace) ที่ สถาปัตยกรรมที่สวยและสง่างาม เป็นเอกลักษณ์แห่งราชวงศ์โมรอคโค  บริเวณใกล้เคียงพระราชวังเคยเป็นชุมชนชาวยิวที่ทำรายได้ให้แก่ราชวงศ์  จากนั้นชมเมดินาแห่งเมืองเฟส  ที่มีตรอกซอกซอยดุจเขาวงกตอันซับซ้อนผ่านประตู Bab Bou Jeloud ที่สร้างตั้งแต่ปี 1913 ตกแต่งด้วยโมเสดสีฟ้า   ในเขตเมดิน่า เหมือนข้ามกาลเวลาย้อนสู่อดีต ชมตลาดสดขายข้าวปลาอาหาร ผัก ผลไม้สดต่างๆ   ชมเมเดอร์ซา บูอิมาเนีย (Merdersa Bou Imania) โรงเรียนสอนพระคัมภีร์ สถาปัตยกรรมแบบมัวร์ที่สวยงามประณีต  เขตเมืองเก่าได้แบ่งออกเป็น 100 ส่วน มีซอยกว่า 10,000 ซอย มีซอยแคบ	สุดคือ 50 ซ.ม. ถึงกว้าง 3 เมตร  แบ่งเป็นย่านต่างๆ เช่น ย่านเครื่องใช้ทองเหลือง ทองแดง จะมีร้านค้าเล็กๆที่ขายหม้อ กะทะ อุปกรณ์เครื่องครัว วางแขวนห้อยเต็มไปหมด  ย่านขายพรมที่วางเรียงรายอย่างสวยงาม ย่านงานเครื่องจักสาน งานแกะสลักไม้ 	  	   	และย่านเครื่องเทศ (Souk El Attarine) สัมผัสทั้งรูป รส และกลิ่นของเครื่องเทศที่มีการ				จัดเรียงสินค้าได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงามชมน้ำพุธรรมชาติ (Nejjarine Fountain) ที่ชาว			มุสลิมให้ล้างหน้าล้างมือก่อนเข้าในบริเวณมัสยิด  ทุกซอกมุมจะเห็นภาพชีวิตต่างๆกันไป ชายสูงอายุ		หนวดเครารุงรังนั่งแกะสลักไม้ชิ้นเล็กๆ ผู้หญิงที่นี่สวมเสื้อผ้าที่ปิดตั้งแต่หัวจนถึงเท้า เห็นเฉพาะตา
 ดำอันคมกริบเท่านั้น  แวะชมสุสานของมูเล ไอดริสที่ 2 (Moulay Idriss Mausolem II) ที่ชาวโมรอคโค		ถือว่าเป็นแหล่งมาแสวงบุญที่ศักดิ์สิทธิ์ ชมย่านเครื่องหนังและแวะชม บ่อฟอกและย้อมสีหนังแบบ			โบราณประจำเมืองเฟส (Chouara Tannery) เป็นเอกลักษณ์เฉพาะอนุรักษ์โดยองค์กรยูเนสโก้   ค่ำ 	 	บริการอาหารค่ำ ในโรงแรมที่พัก  **** พักค้างคืนในเฟสโรงแรม Ramada Hotel  ระดับ 5 ดาว **** *** กรุณาจัดเตรียมเสื้อผ้า  ของใช้จำเป็น ใส่กระเป๋าเล็ก เพื่อใช้ในการค้างแรมในทะเลทรายซาฮาร่า ในคืนพรุ่งนี้ ***     วันที่ห้า	เฟซ - อิเฟรน– เอร์ฟูด์ -มอร์ซูก้า	                                             เช้า		อาหารเช้าในโรงแรม-เช็คเอ้าท์ 	เดินทางสู่ เมืองอิเฟรน (Ifrane) (ระยะทาง 70 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.20 ชม.) เมืองที่ความสูงประมาณ 1650 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล  สถานที่พักตากอากาศซึ่งในอดีตฝรั่งเศส  ในช่วง ค.ศ. 1930   เรียกเมืองแห่งนี้ว่า“สวิตเซอร์แลนด์แห่งโมรอคโค”  บ้านส่วนใหญ่มีหลังคาสีแดง มีดอกไม้บานและทะเลสาบสวยงามเป็นสถานที่พักผ่อนทั้งฤดูหนาวและฤดูร้อน    ถ่ายรูปกับอนุสรณ์สิงห์โตหิน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนสิงห์โตตัว สุดท้ายที่ถูกล่าจนหมดไปจากเทือกเขาแห่งนี้  จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่เมือง มิเดลท์ (Midelt) เที่ยง		บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร บ่าย	เดินทางสู่เมืองเมอร์ซูก้า (Merzouga) เมืองในทะเลทรายซาฮาร่า (ระยะทาง 268 กม). ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ชม.) ผ่านเมือง เออราชิดิยา (Errachidia)  ห่างจากพรมแดนระหว่างโมรอคโค และ แอลจีเรีย เพียง 25 กิโลเมตร  เดินทางสู่เมืองเอร์ฟูด์ (Erfoud) เมืองที่เคยเป็นศูนย์กลางกองคาราวาน  	เปลี่ยนยานพาหนะเป็นรถ 4x4 พร้อมสัมภาระ(ใบเล็ก)เข้าสู่ทะลทรายซาฮารา เมอร์ซูก้า (Merzouga) (ระยะทาง54 ก.ม. ใช้เวลา 45 นาที) ผ่านภูเขาหิน ที่เต็มไปด้วยซากฟอสซิล 350 ล้านปีของหอย และ แมงกะพรุนเพราะ ดินแดนแห่งนี้เคยอยู่ใต้ท้องทะเลมาก่อน ค่ำ                 อาหารค่ำที่โรงแรม จากนั้นพักผ่อนนอนดูดาว ตามอัธยาศัย  		  *** พักผ่อนค้างคืนในทะเลทรายซาฮาร่า  เมอร์ชูก้า TOMBOUCTOU HOTEL  ***  วันที่หก	มอร์ซูก้า  - ทินเฮียร์  ทอดร้ากอร์จ - วอซาเซท	   เช้าตรู่		ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นนำท่านขี่อูฐชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ทะเลทรายซาฮา  ที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ที่สุดในโลกคือ มีเนื้อที่ประมาณ 9.3 ล้านตารางกิโลเมตร (ใหญ่เท่าอเมริกาทั้งประเทศ) ให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศยามเช้าในทะเลทรายซาฮาร่า  ชมพระอาทิตย์ขึ้นจากเนินทรายสวยงามประทับใจ  และกลับสู่โรงแรมที่พัก เช้า	อาหารเช้าในโรงแรม-เช็คเอ้าท์ นำคณะนั่งรถขับเคลื่อนสี่ล้อ 4x4 (รวมค่าทิปแล้ว) ออกจากทะเลทราย 	สู่เมืองเอร์ฟูด์(Erfoud)  เปลี่ยนเป็นรถโค้ชเดินทางสู่เมืองทินเฮียร์(Tinerhir) แวะชมโอเอซิส Tinerhir ที่มีความชุ่มชื้น มีตาน้ำ หรือ ลำธารน้ำ ซึ่งใช้ในการปลูก ต้นปาล์ม ต้นอัลมอนด์ จึงมีชุมชนที่อยู่รวมกัน ท่ามกลางความแห้งแล้งในเขตทะเลทราย เคยเป็นที่ตั้งของกองทหารที่เดินทางมาจากวอซาเซท ผ่านหุบเขาเดดส์ (Dades) แนวเขาและธรรมชาติที่ถูกกัดกร่อนจากแรงลม ทำให้ภูเขากลายเป็นรูปทรงต่างๆ สวยงาม เดินทางสู่ทอดร้ากอร์จ (Todra Gorge) โกรกธารที่มีโขดผาสูง 985 ฟุต หรือ 300 เมตร ทั้งสองด้านที่ตั้งทำมุมเข้าหากันเกือบเป็นรูปสามเหลี่ยมกับแม่น้ำโทดร้า เป็นโกรกธารและหุบเขาที่สวยที่สุดทางใต้ของโมรอคโค  เที่ยง		บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร บ่าย		เดินทางสู่เมือง วอซาเซท (Ouarzazate)  เคยเป็นที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ของฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1928  ปัจุบันได้ส่งเสริมให้เป็นเมืองท่องเที่ยว  แวดล้อมไปด้วยสตูดิโอภาพยนตร์ และพัฒนาพื้นที่ในะเลทรายเพื่อการทำกิจกรรมผจญภัยกลางทะเลทราย (สำหรับในฤดูหนาว – ฤดูใบไม้ผลิ (พ.ย.– เม.ย.) ควร
 เตรียมเสื้อกันหนาวให้เพียงพอ เพราะจะมีหิมะปกคลุมในช่วงดังกล่าว)  วอซาเซท อาจกล่าวได้ว่าเป็นจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวที่มองหาความแตกต่าง และความผจญภัย เป็นทางเชื่อมระหว่างเหนือกับใต้ และตะวันออกกับตะวันตก   ก่อนถึงเมืองซอซาเซท แวะชมผลิตภัณฑ์ที่ทำจากกุหลาบที่เมือง มากูน่า (M’Gouna) (เทศกาลกุหลาบจะจัดขึ้นประมาณเดือนพฤษภาคม)   ค่ำ	 	บริการอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก  พักค้างคืนในวอซาเซทโรงแรม Karam Palace ระดับ 4 ดาว  หรือ เทียบเท่า  วันที่เจ็ด	วอซาเซท– มาราเกช  	  เช้า		อาหารเช้า ณ โรงแรม-เช็คเอ้าท์ 		นำชมป้อมทาอูเริท (Kasbah Taourirt) พระราชวังของผู้ปกครองมาราเกซ ตระกูล กลาวี (Glaoui 			Palace) เป็นป้อมหรือวังที่สร้างจากดิน ภายในประกอบด้วยห้องหับต่างๆจำนวนมากรวมถึงฮาเร็ม และที่		ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เชื่อมต่อกันด้วยทางเล็กๆ ผนังห้องต่างยังมีลวดลาย อาคารและรูปแบบ		สถาปัตยกรรมของชาวเบอร์เบอร์  มีทั้งส่วนที่เป็นวังเก่า ห้องนั่งเล่น ห้องรับรอง ยูเนสโก้ได้ปฏิสังขรณ์		ขึ้นมาจากอาคารเดิมเพียง 1 ใน 3 ของอาคารทั้งหมด  จากนั้นเดินทางสู่เมืองไอท์ เบนฮาดดู (Ait 			Benhaddou)  เมืองที่อาคารต่าง ๆสร้างจากดิน มีชื่อเสียงในเรื่องการหารายได้จากกองถ่ายทำ			ภาพยนตร์กว่า 20 เรื่อง โดยเฉพาะป้อมดินที่งดงามและมีความใหญ่ที่สุดในภาคใต้ของโมรอคโค คือ 		ป้อมไอท์ เบนฮาดดู (Kasbash of Ait Ben Hadou)  ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนอัลมอนด์ ใช้ในการถ่ายทำ		ภาพยนตร์โด่งดังหลายเรื่อง อาทิ Lawrance of Arabia , Jesus of Nazareth และ Gladiator ปัจจุบัน		อยู่ในความดูแลขององค์การยูเนสโก้  เที่ยง		บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร บ่าย 		เดินทางสู่เมืองมาราเกช (Marakesh)  อดีตเมืองหลวงของหลายราชวงศ์ ตั้งแต่สมัยราชวงศ์อัลโมราวิด 		ช่วงค.ศ.ที่ 11  ราชวงศ์อัลโมฮัด และ ราชวงศ์ซาเตียน  ปัจจุบันเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวมาเยือนมาก		ที่สุด บ้านเมืองถูกฉาบด้วยปูนสีส้มๆ ตามที่รัฐบาลกำหนดไว้  คนท้องถิ่นจะเรียกว่า Pink City หรือ เมือง		สีชมพู  เป็นเมืองที่มีเสน่ห์ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง  ได้สมญานามว่าเป็น A city of Drama คือมีความ			สวยงามดั่งเมืองในละครที่ไม่น่าเป็นชีวิตจริงได้  เยือนจัตุรัสกลางเมือง Djemaa Fnaa Square รายล้อม		ไปด้วยอาคาร ร้านค้า ตลาด ทั้ง 4 ด้าน เดินเล่นถ่ายรูปความมีชีวิตชีวา สัมผัสสีสันและกลิ่นอายแบบโม		รอคโคขนานแท้ จับจ่ายหาซื้อของฝาก ของที่ระลึกพื้นเมืองต่างๆ ในตลาดเก่า (Old Market) ที่อยู่ราย		รอบจัตุรัสอย่างเพลิดเพลิน ค่ำ		อาหารค่ำ ที่ Fantasia ท่านจะได้ตื่นตาตื่นใจกับความอลังการของสถานที่และสีสันของชาวโมรอคกัน		เบอร์เบอร์ที่ต้อนรับท่านด้วยอาหารและพร้อมชมการแสดงพื้นเมือง **** พักค้างคืนในมาราเกชโรงแรม Les Jardins de L’Agdal Hotel ระดับ 5 ดาว ***  วันที่แปด	สวนจาร์ดีน มาจอแรล - มัสยิด คูตูเบีย – พระราชวังบาเฮีย - คาซาบลังก้า          B/L/D เช้า		อาหารเช้า ณ โรงแรม-เช็คเอ้าท์ ชมสวนจาร์ดีน มาจอแรล (Jardin Majorelle) หรือ สวนยิปแซงลอเร้นซ์ (Yves Saint Laurent Gardens) นักอกแบบแฟชั่นดีไซน์แห่งปารีส ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผู้ออกแบบสวนแห่งนี้ ในช่วงที่โมรอคโคตกเป็นอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศส  ยิปแซงลอเร้นซ์ เดินทางมาโมร็อคโค เมืองมาราเกชเพื่อพักผ่อน	หลังจากยิปแซงมาเยือนเกิดความหลงใหลในมืองนี้  และซื้อบ้านหลังนี้บ้านหลังนี้จากเศรษฐีแห่งมาราเกช ไว้เป็นที่พักผ่อน  ชมสวนที่ถูกออกแบบโดยใช้สีฟ้าและสีส้มเป็นองค์ประกอบ   ชมมัสยิด คูตูเบีย (Koutoubia Mosque)   มัสยิดใหญ่เก่าแก่ที่สุด หอคอยที่มีความสูง 226 ฟิต (70 เมตร) เป็นจุดเด่นของเมือง เพราะสามารถมองเห็นได้จากทุกแห่งในเมือง   ชมสวนเมนารา (Menara Garden) ซึ่งแต่เดิมสร้างเป็นบ่อเก็บน้ำจากเทือกเขาแอตลาส  ใช้เป็นที่ฝึกกองกำลังทหารในการสู้รบทางน้ำ และใช้เป็นที่ส่งน้ำไปสู่สวนต่างๆ รายล้อมด้วยต้นมะกอกและต้นสน  อาคารที่งดงามมีเทือกเขาแอตลาสเป็นฉากหลัง	สวนแห่งนี้เป็นสวนต้นแบบที่ราชวงศ์โมรอคโคนิยมกันในเวลาต่อมา  พระราชวังบาเฮีย (Bahia Palace) วังของท่านมหาอำมาตย์ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทนยุวกษัตริย์ใน	อดีต
 สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดย Si Moussa สถาปัตยกรรมออกแนวสมัยใหม่ โดยที่ตั้งใจจะให้		เป็นพระราชวังที่	ยิ่งใหญ่และหรูหรา   ตั้งชื่อวังตามชื่อภรรยาคือ นางบาเฮีย ซี่งมีรูปโฉมที่งดงาม เป็นที่		รักใคร่ยิ่งของมหาอำมาตย์  ตกแต่งโดยการแกะสลักปูนปั้น (Stucco) บนเพดานและบานประตู วาดลาย		โดยใช้สีธรรมชาติบนไม้สนซีดาร์  ผนังประดับโมเสกลวดลายสวยงามละเอียดอ่อนมาก ชมสวนในบ้าน		แบบริยาด (Riad) ประกอบไปด้วยลานกลางบ้าน  ประดับด้วยน้ำพุ และสวนไม้ดอกไม้ประดับ ตามสไตล์		การแต่งบ้านแบบโมรอคโค เที่ยง		บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร บ่าย		เดินทางสู่ 'คาซาบลังก้า'  (ระยะทาง 237 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม.) ถึงคาซาบลังก้า  ช้อป		ปิ้งที่ห้าง Morocco Mall เป็นห้างที่บรรดาไฮโซ และเศรษฐี ในคาซาบลังก้า  นิยมมาจับจ่าย ซื้อสินค้า		แบรนด์ดัง  ค่ำ	 	บริการอาหารค่ำ ที่ภัตตาคาร  *** พักค้างคืนในคาซาบลังก้าโรงแรม Kenzi Tower Hotel ระดับ 5 ดาว*** 	        วันที่เก้า	คาซาบลังก้า– อาบูดาบี	                                                  เช้า		อาหารเช้า ณ โรงแรม 06.45 น.	เดินทางสู่สนามบินเมืองคาซาบลังก้า 10.35 น.	บินสู่อาบูดาบี โดยเที่ยวบินที่ EY 612 1035 – 22.10 (7.35 ชม.)   23.50 น.   	เปลี่ยนเครื่องสู่เมืองไทย EY 406  23.50 – 09.05  (6.10 ชม.)    วันที่สิบ	กรุงเทพฯ	                                                 9.05 น.	 คณะเดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
 
 
 
 
 
 
 

 




Morocco

ทัวร์โมร็อคโค 9 วัน - ทะเลทรายซาฮาร่า
ทัวร์โมร็อคโค8 วัน - 4 ราชธานี
โมร็อคโค
โมร็อคโค-10วัน-ทะเลทราย
ประวัติศาสตร์โมร็อคโค
คาซาบลังกา .... No long hot summers night at Casablanca Morocco